พูดคุย SEO

การยึดหลายหลักการ อาจทำให้ฟุ้งซ่านได้

ฟุ้งซ่าน

มันไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว ที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับหนึ่งของผลการค้นหาในทุกๆคีย์เวิร์ด ทุกๆ Website ที่เราทำ สาเหตุก็เพราะว่ามันมีหลายปัจจัยมาใช้ในการคำนวณ ถูกมาเป็นตัวประกอบและมีการเปลี่ยนแปลงความสำคัญในแต่ละ่าอยู่ตลอดเวลาตามพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งทางเสิร์ชเอนจิ้นเองจะเป็นผู้กำหนดค่าคะแนนเหล่านี้ ผู้ใช้หรือคนทำเว็บอย่างเราใช้ไม่มีทางรู้ได้ว่าปัจจัยอะไรมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

ทำให้นักทำ seo หลายคนที่มีความคิดระดับลึกจนเกินไป มักจะชอบยึดติดในแนวทางหลายหลักการเอามารวมกัน เพื่อที่จะใช้ในการทำเอสอีโอ ในการกระทำแบบนั้นมันคงจะไม่ดีนักเพราะเราจะวัดผลวิธีใดวิธีหนึ่งไม่ได้ และรับรองได้ว่าเว็บไซต์ทุกเว็บที่ใช้วิธีการเดียวกัน จากการยึดหลายหลักการเหล่านั้น จะไม่ได้ขึ้นอันดับหนึ่งเหมือนกันทั้งหมด มันจะเป็นบางเว็บที่ขึ้น บางเว็บไม่ขึ้น หรืออาจจะขึ้นแต่อันดับไม่ได้อยู่ติดติดกัน ไม่ได้ดีเท่ากัน มันเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงอันกอริทึมที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

งานเยอะพาปวดหัว

น้องใหม่ควรโฟกัสทีละวิธีการ

ในทุกวันนี้อยากจะแนะนำสำหรับมือใหม่ให้เข้าใจว่า เบื้องต้นเราควรจะยึดเพียงหลักการใดหลักการหนึ่งที่เราทดลองแล้วมันได้ผลจริง เราอาจจะเรียนรู้จากหนังสือ SEO หรือคอร์สออนไลน์ต่างๆที่สอนการทำอันดับเว็บ แล้วนำมาทดสอบดูในวิธีการที่เราเห็นตรงกันกับสิ่งที่เราได้เรียนรู้ หากว่าทดสอบแล้วเว็บอันดับดีขึ้น ให้ลองยึดติดหลักการนั้นมันไปก่อนซักอันนึง แล้วลองหาวิธีการอื่นๆมาทดสอบร่วมเพื่อหาปัจจัยสำคัญอื่นๆมาช่วยเพิ่มคะแนนในการค้นหา

มันคงจะดีกว่าที่เอาทุกวิธีมารวมยำไว้ในเว็บไซต์เดียว ทั้งการสแปม ทั้งการทำลิ้งคุณภาพ ทั้งการทำเนื้อหาซ้ำ รวมถึงการเขียนเนื้อหาสดใหม่ รับรองว่าสุดท้ายเว็บคุณจะต้องเละแล้วต้องมานั่งทำเว็บใหม่ ถ้ายิ่งทำกลุ่มตลาดเว็บทีเด็ดบอลจากเซียนหรือพวกหนังแล้วคงไม่เห็นอันดับแน่ คงไม่มีใครอยากเหนื่อยแบบนี้ ถ้าจะให้ดีคัดกรองวิธีแล้วค่อยค่อยทดสอบไปทีละวิธีการดีกว่า

กฎของการทดลองเอง ได้คำตอบดีกว่ามาเรียนรู้จากทฤษฏี

อย่าพึ่งปักใจเชื่อ

ในแง่ของศาสตร์ศิลปะการทำ SEO นั้น เราต้องเข้าใจว่าส่วนใหญ่ผู้สอนก็จะใช้จิตวิทยาหรือความเป็นไปได้นำมาสอนผู้เรียน เป็นเพราะแต่ละเว็บเสิร์จเอ็นจิ้นไม่ได้มาบอกข้อมูลความลับต่างๆเกี่ยวกับปัจจัยในการจัดอันดับเว็บไซต์ของแต่ละผู้ให้บริการ เมื่อเป็นแบบนี้จึงทำให้นักสอนเอสอีโอหลายคนมีความคิดมโนกันเยอะซึ่งจะแบ่งได้สองกลุ่มหลักๆ

กลุ่มแรกนั่นก็คือคนที่เสาะหาความรู้จากเว็บไซต์ต่างประเทศหรือในประเทศบ้านเราก็ตามแล้วเอามาประมวลผลในความคิดของตัวเอง โดยใช้มุมมองส่วนตัวว่าอะไรที่มันตรงกับความคิดของเรามากที่สุด เมื่ออันไหนตรงก็เก็บไว้ อันไหนขัดแย้งแต่ความคิดก็ตัดทิ้งไป แล้วนำสิ่งที่เห็นตรงมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับผู้เรียนเอสอีโอทั้งๆที่ตัวผู้สอนก็ยังไม่ได้ลองทำเลยแม้แต่เว็บเดียว แบบนี้เค้าเรียกว่าการเรียนรู้และเอาความรู้ที่ได้มาบอกต่อโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่นำมาสอนต่อนั้นมันได้ผลในด้านดีหรือด้านลบกันแน่

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มที่มีการทดลองจริง มีการเก็บสถิติจริง มีการเรียนรู้จากประสบการณ์โดยตรง หากเว็บอันดับร่วงก็หาวิธีแก้ เมื่อเว็บอันดับดีมากก็ต้องหาให้ได้ว่าดีเพราะอะไร สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นเฉพาะคนที่มีการทดสอบด้วยตัวเองเท่านั้น และเพื่อให้เราสามารถตอบคำถามที่ค้างคาใจเราได้ว่าวิธีการไหนถึงทำอันดับได้ดีที่สุด มันก็ต้องอยู่ในเรื่องของกฎการทดลองด้วยตัวเอง

เพราะต่อให้คนที่เค้าทำเองแล้วได้ผลมาสอนเรานั้น เราก็ต้องรู้จักเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะเราไม่สามารถพิสูจน์จากคำพูดของผู้สอนคนนั้นแต่ว่าเค้าทำจริงมาหรือไม่ บอกแค่บางข้อหรือปล่าว เพื่อให้ดี เรียนรู้แล้วรับฟังมา สุดท้ายนำมาปฏิบัติทดลอง แล้วคำตอบเกี่ยวกับการเรียนรู้เอสอีโออย่างถูกต้องเราจะสามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ตัวของเราเองจากผลการทดสอบ Website ที่เราลงมือทำเอง

อยากทำให้เว็บติดหน้าแรก ต้องหัดเป็นคนสายเผือก !!

แลกความรู้

อ่านแนวทางเครียดๆกันมาแล้วมาดูอะไรที่ผ่อนคลายกันบ้างเพราะเรื่องของเว็บไซด์และ SEO ถือเป็นอะไรที่ใช้ความคิดและมีความเครียด วันนี้เราอยากให้คุณผ่อนคลายกับแนวทางการทำ SEO แบบสบายๆ และที่เราแนะนำตามหัวข้อก็หมายความแบบนั้นจริงๆคือ หากคุณไม่รู้จักแนวทางด้านนี้หรือเป็นมือใหม่เราอยากบอกว่าหากคุณ อยากทำ SEO ให้เป็นต้องหัดเป็นคนสายเผือก !!

ทำไมต้องสายเผือก !! การที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ SEO หรือรู้แล้วแต่ทำไม่สำเร็จอันดับไม่ดี การไปส่องเว็บคนอื่น หรือดูเว็บที่เขามีอันดับดีๆ ไปหาความรู้จากแหล่งต่างๆ มันก็เหมือนกับการเผือกเรื่องชาวบ้านดังนั้นคนทำ SEO ต้องมีความเผือกอยู่ในตัวและเผือกในเรื่องที่ดี เช่น ไปดูว่าเขาทำแบบไหนทำไมเว็บเขาถึงติดอันดับ วิเคราะห์เว็บเขาให้ออกว่ามีอะไรที่เราไม่มี ดูว่าเขาใช้แนวทางไหน ค่อยๆเผือกค่อยๆเจาะลึก และยิ่งการไปสิงสถิตตามบอร์ดแนวทางด้านนี้การเผือกแบบมีศิลปะมันสำคัญการจะหาความรู้หรือขอความรู้จากคนเก่งๆ บางทีพูดไปตรงๆเข้าก็ไม่บอกหรือบอกอ้อมๆ เราก็ต้องรู้จักการถามให้ได้คำตอบหรือดูจากคำถามคำตอบคนอื่นๆ ที่เขาโพสๆกันไว้แล้วแกะแนวทางนั้นมาใช้

ความเผือกในเรื่องที่ไม่รู้เป็นสิ่งที่ควรทำแต่ต้องเป็นเรื่องที่ดีนะ เหมือนกับการทำ SEO นี่ล่ะเราต้องดูจุดแข็งเว็บอื่นๆว่าเขามีดีกว่าเราตรงไหน เราด้อยตรงไหนแล้วปรับให้ได้แบบเขา ค่อยๆเรียนรู้ๆ ค่อยๆหาข้อมูลมันจะทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้นและต้องลองทำเพราะการลองทำจะทำให้เราเข้าใจมากกว่าการอ่าน ดังนั้นคนทำต้องเป็นสายเผือกทั้งความคิดและการกระทำ หลายคนอาจจะงงมันเกี่ยวกันไหม หากคุณได้ลองสัมผัสกับเรื่องราวการทำอันดับเว็บ แล้วคุณจะรู้ว่าความเผือกคือบ่อเกิดแห่งแนวทางจริงๆ เพราะอะไรที่เราไม่รู้เราก็ต้องไปเผือกมาให้รู้และเอามาใช้งานกับแนวทางของเรา และวงการนี้เซียนเยอะ เซียนซุ่ม เซียนเปิดเผย มีหมดแถมมีบลัฟกันเอง บอกเลยว่ามันส์ไม่แพ้วงการบันเทิง ใครทำอะไรแบบไหนรู้กันหมด ฉะนั้นการเผือกในวงการนี้หากหลุดเข้าไปในสังคมของคนทำ SEO ล่ะก็ต้องนิ่งๆเนียนๆเผือกเงียบทำตัวโง่ๆ จะหาความรู้ได้เยอะมากเพราะจะมีพวกรู้จริงมาให้คำแนะนำ และพวกอวดมาให้ความรู้แบบแปลไทยเป็นไทยอีกที บอกเลยว่าสนุก หากเบื่ออะไรที่เครียดๆในการทำนั้น ลองทำตัวเป็นชาวเผือกแบบที่เราแนะนำกันดูรับรองว่าจะหายเครียดกับการหาทางไต่อันดับ SEO กันเลยทีเดียว

เผือกหาข้อมูลความรู้

“SEO” อาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน

หัดทำ SEO

ในสมัยก่อน ถ้าย้อนไปซักประมาณเกือบ 50 ปีได้ เชื่อได้ว่าความนิยมของคนในยุคนั้นก็จะนิยมให้ลูกหลานพยายามตั้งใจเรียนให้เก่ง เพื่อจบมาจะได้รับราชการ ในสมัยนั้น การทำงานเป็นข้าราชการ ถือว่าเป็นงานที่หน้าทำเป็นอย่างมาก มีทั้งเรื่องของศักดิ์ศรี ความมั่นคง และอีกหลายหลายอย่าง โดยราชการจะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือระบบประเทศ เนื่องจากงานราชการเป็นงานในส่วนของภาครัฐ ทำให้มีคนที่พยายามจะถีบตัวเองให้สามารถถูกบรรจุในราชการให้ได้เยอะพอสมควร

ถัดมาในยุคก่อนที่จะมีอินเตอร์เน็ตเกิดขึ้น แต่เงินเดือนราชการเริ่มแสดงให้เห็นว่าไม่ค่อยมีความก้าวหน้าในอาชีพ ความนิยมของคนก็เริ่มหันมาทางให้ลูกหลานเรียนจบด็อกเตอร์ เป็นหมอ เป็นวิศวะกร เพื่อสามารถทำธุรกิจและมีรายได้สูง เป็นอีกกลุ่มอาชีพหนึ่งที่มีความน่าสนใจ แต่เมื่อปัจจุบันมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้อง ในยุคปัจจุบันนี้ อาชีพเกิดใหม่เยอะ มีความหลากหลายมากขึ้น เกิดผลเป็นอาชีพโปรแกรมเมอร์ อาชีพการทำการตลาดออนไลน์ อาชีพรับจ้างดูแลเว็บไซต์ รวมไปถึงอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจที่อยู่ในกลุ่มการตลาดออนไลน์ก็คือ “SEO” นั่นเอง

ลองทำ SEO

อาชีพนี้ ดีอย่างไร ?

ทำไมคนถึงสนใจเยอะขนาดนี้ และจะมีเยอะขึ้นทุกวัน งานหลักๆของการทำ SEO นั้นมันคือการใช้หลักความน่าจะเป็นที่เราจะต้องรู้จักฝึกความคิด ว่าการจะทำเว็บไซต์ออกมาในรูปแบบไหน รวมถึงเขียนเนื้อหาบทความอย่างไร ให้ถูกใจ Web Search Engine ที่เราต้องการจะทำอันดับเว็บให้ติดหน้าแรกของผลการค้นหา เพื่อหวังลูกค้าจากการค้นหาที่หน้าเว็บ Search Engine นั่นเอง ในปัจจุบัน Google ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก มีคนใช้งานมากที่สุดในโลก

จึงเป็นเครื่องการันตีว่า “SEO” นั้นหากเรามีความสามารถในการทำอันดับ รับรองได้ว่าไม่มีการตกงาน หรือแม้แต่ถ้าไม่มีใครจ้าง เราก็สามารถรวยได้จากการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของเราได้นั่นเอง นี่คือ 1 ช่องทางการตลาดออนไลน์ที่หลายคนพยายามฝึกตัวเอง เพื่อที่จะให้ก้าวมาถึงจุดคำว่า “เซียนเอสอีโอ” ให้ได้ และก็มีหลายบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่พยายามหานักทำ SEO เก่งๆมาร่วมทีม เพื่อที่จะเพิ่มยอดขายกับบริษัท

เริ่มต้นเรียนรู้ SEO ไปกับเรา

หากเราเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่อยากเก่งในด้าน SEO มีความสนใจในการตลาดออนไลน์ที่หวังผลจากผลการค้นหาที่หน้าเว็บ Search Engine คอยติดตามได้จากเว็บไซต์แห่งนี้ ของดีในเชิงความรู้ เรามีจัดกันมาเพียบ จากประสบการ์ผู้เขียนที่ทำวงการนี้มายาวนานเกือบ 10 ปี ทำให้เห็นว่าอันไหนคือสิ่งที่เราควรทำ และอะไรคือสิ่งที่เราไม่ควรทำ และในแต่ละช่วงเวลานั้น จะมีการขึ้นลงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำจัดอันดับแตกต่างกันไปเรื่อยๆ ดังนั้น เราจะขอเป็นผู้ชี้แนวทางให้ในเบื้องต้น เปรียบเหมือนเป็นประตูให้ผู้ที่สนใจได้เข้าสู่โลกกว้างของการทำ SEO ในเส้นทางที่ถูกต้องนั่นเอง ใครรู้ตัวว่า SEO คืออาชีพที่ตัวเองสนใจ มาติดตามกันได้ที่นี่