บทความ SEO

บทความ SEO คุณภาพ สิ่งที่จะช่วยดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับ

บทความ SEO คุณภาพ

การที่เว็บไซต์จะประสบความสำเร็จหรือติดอันดับการค้นหานั้นจำเป็นต้องทำ SEO ซึ่งมีหลายส่วนด้วยกัน แต่สิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ในการทำ SEO นั้นคือมีบทความ SEO คุณภาพอยู่ในเว็บไซต์นั้น

บทความ SEO คืออะไร ?

คือบทความที่มีคุณภาพ มีความชัดเจนว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร มีคีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาอยู่ในนั้น สอดคล้องกับ Search Engine Algorithm หรือกระบวนการค้นหา

บทความ SEO ประกอบไปด้วย

  • หัวข้อ – หัวข้อต้องมีคีย์เวิร์ด หรือขึ้นต้นด้วยคีย์เวิร์ดได้ยิ่งดี ควรมีความยาวประมาณ 40-60 ตัวอักษร เขียนให้ดึงดูดคนอ่านและกระตุ้นความสงสัย ตัวอย่างเช่น “ งานออนไลน์ แชตคุยกับลูกค้า ทำวันละ 4 ชม. ได้วันละ 1,000 จริงหรือ ”
  • คำนำ – เกริ่นนำว่าบทความนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร ทำไมถึงเป็นประเด็น ประมาณความยาวไม่เกิน 100 คำ ตัวอย่างเช่น “ ทุกวันนี้จะเห็นโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตเยอะมาก งานออนไลน์ทำเบา ๆ แต่ได้เงินวัน 1,000 เศรษฐกิจฝืดเคือง พอเห็นแบบนี้ก็ยั่วยวนใจไม่ใช่น้อย”
  • เนื้อเรื่อง – เขียนถึงข้อเท็จจริงโดยละเอียดว่างานออนไลน์แบบนี้มีกี่ประเภท โดยเรียงลำดับ 1 2 3 เช่น 1. อาชีพขายตรงที่เราต้องซื้อสินค้าเขามาตุนไว้ก่อน 2. เทรดหุ้นออนไลน์ 3. ขายประกัน เขียนถึงรายละเอียด ช่องทางการสมัคร ข้อดีและข้อเสีย

สรุป

สรุปเนื้อเรื่องทั้งหมดให้ครอบคลุมพร้อมกับให้ข้อคิดเตือนใจ เช่น “ อาชีพแบบนี้ได้แก่อาชีพ……… ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ ”

การตั้งค่า SEO ให้กับบทความ

ถ้าใครทำเว็บไซต์นั้นจะมีโปรแกรมตั้งค่า SEO เพิ่มเติมให้กับบทความดังนี้

  1. Title คือหัวข้อหรือชื่อเรื่องนั่นเอง เป็นอันเดียวกันกับบทความที่เราเขียนไป
  2. Discription อธิบายรายละเอียดเนื้อหาของบทความว่าเกี่ยวข้องกับอะไร แนะนำความยาว 120-150 ตัวอักษร
  3. Keyword Keyword ก็คือคำค้นหาที่คาดว่าคนทั่วไปจะพิมพ์ค้นหา Keyword ควรสอดคล้องกับเนื้อหาในบทความ อย่างเช่นคำว่า “ งานออนไลน์, ทำงานที่บ้าน, ทำงานในเน็ต, งานอินเทอร์เน็ตวันละ 1,000 ” ใส่ประมาณไม่เกิน 20 คำ
  4. รูปภาพประกอบ ใส่รูปภาพประกอบแล้วใส่ Alt หรือคำอธิบายรูปภาพ โดยใส่เป็น Keyword เช่นใส่คำว่า “ งานออนไลน์ ” แต่ทั้งนี้ไม่ควรให้ทุกรูป Alt เป็น Keyword ควรใส่บางรูปเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสแปม

ควรโพสต์บทความใหม่บ่อยแค่ไหน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหากไม่ใช่เว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์ใหม่ควรลงบทความเรื่อย ๆ สัปดาห์ละประมาณ 3 บทความ ไม่ควรลงทุกวันเพื่อให้ Google ได้มีเวลา Index หรือเอาบทความเข้าระบบ เว็บไซต์เก่าควรโพสต์สัปดาห์ละ 1 บทความ ไม่ควรอัดบทความจำนวนมาก ๆ ให้กับเว็บไซต์

โครงสร้างของเว็บไซต์ที่จำเป็นคือบทความ ยิ่งบทความมีคุณภาพ มีความชัดเจน ตอบโจทย์ผู้อ่านก็ยิ่งดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับมากขึ้น บทความ SEO ก็คือบทความคุณภาพทั่วไปหากแต่นำมาปรับแต่งให้มีความชัดเจนเพื่อการค้นหา ความถี่ในการลงบทความใหม่ควรเป็นไปอย่างธรรมชาติ

อยากทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องรู้จัก SEO และ SEM

อยากทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องรู้จัก SEO และ SEM

การทำธุรกิจในปัจจุบันนิยมใช้ช่องทางออนไลน์เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์มือถือและระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อการสื่อสารตลอดจนการหาข้อมูลของสินค้าและบริการตลอด 24 ชั่วโมง การเปิดเว็บไซต์ออนไลน์จึงเป็นที่นิยมเพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและทำให้มีประสิทธิภาพในการแข่งขันกับสินค้าของแบรนด์คู่แข่งได้ดียิ่งขึ้น

การทำ SEO และ SEM จึงเป็นสิ่งที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งเราได้รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจมาไว้ที่นี่แล้ว

SEO หรือ Search Engine Optimization

1. การทำ SEO สามารถเห็นผลได้จริง เพีงแต่ต้องใช้เวลา เนื่องจาก SEO เป็นการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบ Algorithm ของ Search Engine อย่าง Yahoo และ Google วิเคราะห์เพื่อจัดอันดับเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่น ๆ ให้ได้อันดับที่สูง เมื่อมีการสะสมข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ จากการผลิตบทความ SEO และสร้างสื่อมัลติมีเดียที่ช่วยส่งเสริมการขายที่ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มาก ก็จะทำให้ได้อันดับในการสืบค้นที่ดียิ่งขึ้นตามมาด้วย

2. การทำเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรศัพท์หน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เนื่องจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะพกพาโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าต่าง ๆ แทบทุกที่ 24 ชั่วโมง การทำเว็บไซต์ให้สวยงามและใช้งานง่าย โดยไม่จำกัดเครื่องมือทางเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

3. การเชื่อมโยงลิงก์ของเว็บไซต์ภายนอกกับเว็บไซต์ทางธุรกิจ จะทำให้เข้าถึงผู้ที่กำลังประสบปัญหาต้องการคำแนะนำหรือมองหาสิ่งช่วยอำนวยความสะดวกอยู่ หากคุณมีความรู้และมีความถนัดในเรื่องเหล่านั้น ก็สามารถที่จะเข้าไปแนะนำตอบคำถามและแนบ Link ของเว็บไซต์คุณ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่นำไปสู่การขายสินค้าในอนาคตได้

SEM หรือ Search Engine Marketing

เป็นการประมูลพื้นที่ในการโฆษณาเว็บไซต์ ในอันดับ 1-5 ของหน้าต่างการสืบค้น จะทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าที่พิมพ์ Keyword ค้นหา และทำให้มียอดการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการทำ SEM จะมีค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของการประมูลและจ่ายเพิ่มตามจำนวนครั้งของผู้ชมที่คลิกเข้าไปในเว็บไซต์ของคุณ เรียกว่าเป็นการจ่ายแบบ PPC หรือ Pay Per Click ที่คุณจะต้องมีการตั้งงบประมาณไว้ให้พร้อมเสมอ ดังนั้นโดยภาพรวม การทำ SEM จึงเห็นผลเร็ว แต่ก็เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำ SEO

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO และ SEM มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน คุณสามารถที่จะนำมาทั้งสองเทคนิคมาปรับประยุกต์ใช้แบบผสมผสานกันได้ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ท่านที่สนใจการทำธุรกิจนำไปเป็นแนวทางในการศึกษาเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นต่อไป

การทำ SEO และ SEM