เทคนิคการทำ SEO

แจกเทคนิคการทำ SEO 5 ข้อที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกค้นเจอก่อนใคร

แจกเทคนิคการทำ SEO 5 ข้อที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกค้นเจอก่อนใคร

ในยุคที่ทั่วทุกวงการมีแต่การแข่งขันกันอย่างรุนแรง การปรับกลยุทธ์หรือเสาะหาวิธีการใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปหรือก้าวทันต่อการแข่งขันนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก สำหรับโลกในยุคดิจิทัลนี้ การใช้เครื่องมือสำคัญที่เรียกว่า SEO หรือการทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับในการค้นหาของ Google จึงมีความสำคัญ

วันนี้เราจะมาแจกเทคนิค 5 ข้อง่าย ๆ ในการทำ SEO เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ของคุณถูกค้นเจอได้เร็วก่อนใคร

1.สำรวจกลยุทธ์ SEO ของคู่แข่ง หรือหากพูดให้ถูกคือการรู้จักการเก็บข้อมูลการทำ SEO ของคู่แข่ง ซึ่งสามารถทำได้ง่ายแค่เข้าไปสำรวจดูว่าเว็บไซต์คู่แข่งใช้คีย์เวิร์ดใด คอนเทนต์หรือบทความที่เผยแพร่ออกมาในรูปแบบไหน รวมถึงควรรู้ Traffic เว็บไซต์ของคู่แข่งด้วย เพื่อจะนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงเว็บไซต์ของธุรกิจให้มีความแตกต่างและน่าจดจำ จะได้เป็นโอกาสให้เว็บไซต์ของเราถูกค้นเจอได้มากกว่า

2.สร้างเว็บไซต์หรือคอนเทนต์ให้มีช่องแสดงความคิดเห็น (Comment) เนื่องจาก Google ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ค้นหา ดังนั้นการเพิ่มช่องคอมเมนต์ให้กับนักท่องเน็ตทั้งหลายได้แสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนพูดคุยกันจะทำให้ Google ประเมินหรือตรวจสอบได้ว่าเว็บไซต์ของเรามีมูลค่าและคุณประโยชน์เพียงพอต่อการจัดอันดับให้อยู่ในลำดับต้น ๆ ของการค้นหา อย่างเช่นคลิปต่าง ๆ ใน Youtube ที่จะมีตัวเลือกให้ผู้ชมสามารถแสดงความคิดเห็นต่อคลิปวิดีโอได้

3.ใช้คีย์เวิร์ดที่ให้รายละเอียดเชิงลึก (Longtail Keywords) เนื่องจากตามนิสัยของผู้ค้นหา หากต้องการค้นพบสิ่งที่กำลังค้นหาให้เร็วขึ้น จะใช้คีย์เวิร์ดที่สื่อถึงความต้องการนั้น ๆ เช่น ต้องการหาแหล่งขายเสื้อผ้ามือสองใกล้ ๆ บ้าน ผู้ค้นหาก็มักจะพิมพ์คำค้นหาตรง ๆ เช่น “ขายเสื้อผ้ามือสองราคาถูก จตุจักร” แทนคำว่า “ขายเสื้อผ้ามือสอง” เพราะผลการค้นหาจะแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งหรือเว็บไซต์ของร้านขายเสื้อผ้ามือสองตามที่ผู้ค้นหาระบุ

4.ภาพประกอบมีส่วนช่วยดัน SEO ได้ เนื่องจากภาพประกอบสวย ๆ หรือภาพอินโฟกราฟิกดี ๆ ช่วยสร้างแรงดึงดูดและมีความน่าสนใจมากกว่าเว็บไซต์ที่มีแต่ข้อมูลหรือเนื้อหาล้วน ๆ อธิบายง่าย ๆ ก็คือสมองของคนเราเลือกที่จะจำหรือเข้าใจจากภาพได้ดีกว่าตัวหนังสือนั่นเอง และภาพที่เป็นต้นฉบับสวยงาม ก็มีโอกาสถูกเก็บข้อมูลไปแสดงใน Google Images Search ได้ ซึ่งมีผู้ใช้จำนวนมากที่ค้นหาสินค้าจากรูปภาพแทนการใช้ข้อความ

5.สร้างคอนเทนต์ (Content) หรือพอตแคสต์ (Podcast) ที่เป็นประโยชน์ต่อนักอ่านหรือผู้เข้าชมเว็บไซต์ เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้มีส่วนช่วยในการประชาสัมพันธ์ถึงภาพลักษณ์ของธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มุ่งเน้นแต่การทำกำไรเพียงอย่างเดียว เมื่อมีผู้เห็นประโยชน์จากเนื้อหาในเว็บไซต์ แล้วนำไปแชร์ต่อ ๆ กัน ก็ยิ่งทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น

การทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่นิยมหรือจดจำเนื่องมาจากการถูกค้นหาเจอในลำดับแรก ๆ ของหน้าผลการค้นหานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถหากให้ความสำคัญและพัฒนาเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง

หากเว็บไซต์ของคุณยังไม่ได้อยู่ในลำดับต้น ๆ ของผลการค้นหา ช่วงเวลานี้ก็เป็นเวลาที่ดีในการเริ่มต้นทำ SEO อย่างมีคุณภาพได้แล้วล่ะ ไม่มีคำว่าสายเกินไป ขอเพียงเริ่มต้นลงมือทำ

แนะนำเทคนิคการทำ SEO ขั้นพื้นฐานเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับง่าย ๆ

แนะนำเทคนิคการทำ SEO ขั้นพื้นฐานเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับง่าย ๆ

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันจำเป็นจะต้องพึ่งการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing อย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ล้วนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนแทบทั้งโลกอย่างแยกไม่ออก ยิ่งธุรกิจของเรามีการโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่สินค้าและบริการของเราจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นเท่านั้น โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการตลาดออนไลน์ก็คือ การทำ SEO นั่นเอง

สำหรับ SEO (Search Engine Optimization) คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับแรก ๆ ของหน้าการค้นหาบนแพลตฟอร์มเสิร์ชเอ็นจิ้นต่าง ๆ โดยเฉพาะ Google โดยการใช้ “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ที่มีผู้ค้นหาเป็นจำนวนมาก เช่น ชื่อคน, ชื่อสินค้า, ชื่อสถานที่ ฯลฯ ยิ่งเราทำ SEO ได้มีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่เว็บไซต์ของเราจะติดอันดับแรก ๆ บนหน้าการค้นหามากขึ้นเท่านั้น แถมยังไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณาบน Google หรือ Google Ads แม้แต่บาทเดียว ซึ่งเทคนิคขั้นพื้นฐานที่เราควรรู้ก่อนจะเริ่มทำ SEO ได้แก่

1) เลือก “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ให้เหมาะสม
เนื่องจากหัวใจสำคัญของการทำ SEO คือ “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ที่เราต้องใส่ไว้ในคอนเทนต์ต่าง ๆ บนเว็บไซต์ของเรา ยิ่งเราเลือกใช้คำที่มีผู้ค้นหาบน Google มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่ SEO ของเราจะติดอันดับมากเท่านั้น แต่ต้องไม่ลืมว่าคำบางคำมีการแข่งขันสูง ยิ่งคำที่คนนิยมค้นหามาก ก็ยิ่งมีคู่แข่งมากตามไปด้วย ดังนั้น เราจึงควรเลือกคำให้เหมาะสม ซึ่งเครื่องมือที่สามารถช่วยเราได้คือ Google Keywords Planner, Ubersuggest และ Moz เป็นต้น

2) ใส่ “คีย์เวิร์ด” อย่างเป็นธรรมชาติ
หลายคนมักคิดว่าการทำ SEO คือการใส่ “คีย์เวิร์ด” ให้เยอะที่สุด แต่จริง ๆ แล้ว การใช้คีย์เวิร์ดที่มากเกินไปจนดูผิดธรรมชาตินั้นไม่ใช่เรื่องดีนัก และมีโอกาสที่ “อัลกอริทึม” ของ Google จะตีความว่า SEO ที่เราทำเป็นสแปมที่เข้าก่อกวน และอาจถูกปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้ ดังนั้น การใส่คีย์เวิร์ดที่ดีจึงควรใส่ตามจุดสำคัญ เช่น ชื่อเรื่อง, หัวข้อหลัก, หัวข้อย่อย, คำอธิบายย่อ รวมถึงกระจายอยู่ในเนื้อหาให้เป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับการใช้ภาษามากที่สุด

3) ควรมี “คีย์เวิร์ดใกล้เคียง”
การใช้ “คีย์เวิร์ด” ซ้ำกันมาก ๆ อาจทำให้คอนเทนต์ของเราขาดความสวยงามทางภาษาและยังมีผลต่อคุณภาพโดยรวมของคอนเทนต์หรือบทความทั้งหมดด้วย ดังนั้น เราจึงควรเลี่ยงการใช้คำซ้ำ ๆ เกินความจำเป็น โดยสลับใช้กับ “คีย์เวิร์ดใกล้เคียง” ที่มีความหมายเดียวกันแต่เขียนต่างกัน เช่น หนัง-ภาพยนตร์-Movie-Films เป็นต้น

นอกจากเทคนิคเบื้องต้นที่ว่ามาทั้งหมดนี้แล้ว การเขียน SEO ยังมีเทคนิคอีกมากมาย ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน แต่ 3 เทคนิคนี้ล้วนเป็นเทคนิคพื้นฐานของการทำ SEO ที่จะขาดไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว ดังนั้น จึงควรฝึกฝนให้ช่ำชองก่อนจะพัฒนาไปเรียนรู้เทคนิคที่สูงขึ้นในอนาคต