Search Engine Optimization

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ SEO ของมือใหม่

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ SEO ของมือใหม่

การทำ SEO จะเป็นตัวช่วยเพิ่มคุณภาพของเว็บไซต์หรืองานต่าง ๆ ของคุณบนโลกอินเทอร์เน็ตให้มีความเหมาะสมต่อความต้องการของผู้อื่น เป็นการจับคู่ที่จะทำให้คุณสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งการค้นหาบน Search Engine ชื่อดังอย่าง Google ในแต่ละวัน มีมากกว่าล้านครั้งต่อชั่วโมง และตกอยู่ราว 80,000 กว่าครั้งต่อวินาที ดังนั้นถ้าธุรกิจหรือคอนเทนต์ของคุณไปปรากฏบน Google แล้วอยู่ในอันดับแรก ๆ ของหน้า 1 ได้ ย่อมทำให้เกิดโอกาสของการมองเห็นที่เพิ่มสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นเป็นอันดับแรกของ Google คุณควรรู้ว่า SEO คืออะไร และเรื่องราวต่าง ๆ ที่มีความสำคัญในการทำ seo ให้มากขึ้น ชื่อของ seo ย่อมาจาก Search Engine Optimization ที่จะช่วยทำให้ Google หันมาสนใจ Content และการเคลื่อนไหวต่าง ๆ บนเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงมีเทคนิคหลายรูปแบบเพื่อการปรับปรุงให้เว็บไซต์หรือ Content ของคุณเป็นที่สนใจ ซึ่งทาง Google จะมี Keyword Planner ที่จะทำให้การวาง Keyword ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น การค้นหาของกลุ่มเป้าหมายมาสู่เว็บไซต์ของคุณจะง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการทำ Backlink เพื่อเชื่อมโยงกลับมายังภายในเนื้อหาต่าง ๆ ของ Content หรือภายในเว็บไซต์ รวมไปถึงโซเชียลที่จะทำให้คุณสามารถดึงความสนใจของทั้ง Google และผู้ค้นหาได้มากขึ้น ส่วนการใช้งาน Keyword นั้นจะมีทั้งการใช้แบบเดี่ยว, แบบคู่, การวางหัวข้อแบบ H1- H2, การทำตัวหนา, การทำตัวเอียง และการทำสีสันต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้คุณรู้สึกสับสนได้ ดังนั้นจึงควรอ่านรายละเอียดของการวางคีย์เวิร์ด​ในรูปแบบต่าง ๆ ให้ดีก่อน เมื่อเข้าใจแล้วจะทำให้การสร้าง Content Marketing เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น นอกจากต้องมีการวางโครงสร้างของเว็บไซต์ที่เป็นหนึ่งในรูปแบบสำคัญที่คุณควรศึกษาให้ดีหรือจ้างผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมาทำการดูแล เพื่อทำให้เว็บของคุณมีความเคลื่อนไหวอย่างถูกต้องและถูกใจ Google โดยต้องเริ่มต้นตั้งแต่การทำ HTTPS เพื่อสร้างความปลอดภัยในการรับ-ส่งข้อมูลบนเว็บไซต์, การใช้งาน Responsive Design เพื่อทำให้สามารถเปิดดูได้อย่างเหมาะสมกับทุกอุปกรณ์ที่คนยุคนี้ชอบใช้งาน, การเพิ่มคะแนนให้กับหน้าเว็บไซต์ด้วยการใช้ Backlink, การใช้เทคนิคของการลงคลิปวิดีโอ, การทำคอนเทนต์ในหมวดหมู่หลัก, การใช้งาน Hosting ที่มีชื่อเสียง และการใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่จะช่วยให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพ ซึ่งเรื่องเหล่านี้คุณจะต้องศึกษาไว้ทั้งหมด เพื่อทำให้เว็บไซต์หรือโซเชียลเพจของคุณประสบความสำเร็จบนหน้าแรกของ Google​ นำมาซึ่งผลตอบแทนทางธุรกิจคือ​ ยอดขายที่เพิ่มขึ้น

เมื่อคุณต้องการทำ SEO ก็สามารถเริ่มต้นศึกษาด้วยตัวคุณเองก่อน จากนั้นถ้าคุณต้องการความมั่นใจมากขึ้น สามารถเลือกผู้ที่มีประสบการณ์และความรู้ตรงด้านนี้ เพื่อมาเป็นผู้ช่วยในการสร้างสรรค์เว็บไซต์ที่ดีที่สุดและถูกใจ Google เพื่อให้สามารถไต่อันดับเป็นเว็บอันดับแรก​ ๆ​ ที่กลุ่มเป้าหมายจะเห็นเว็บไซต์ของคุณก่อนใคร พร้อมให้ผลของการติดอันดับที่ยาวนานอย่างมีคุณภาพอีกด้วย

ทำความรู้จักกับบทความ SEO

ทำความรู้จักกับบทความ SEO

SEO เป็นคำย่อของ “Search Engine Optimization” ซึ่งหมายถึง การปรับปรุงเนื้อหาบทความของเราให้เหมาะสมกับการใช้งานผ่าน Search Engine ต่าง ๆ เช่น Google, Yahoo! และ Bing เป็นต้น ซึ่งเป้าหมายหลัก คือ ต้องการให้เนื้อหาในบทความติดอันดับต้น ๆ จากค้นหาผ่าน Search Engine ดังกล่าว

Google เป็นผู้ให้บริการ Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากทั่วโลก และเป็นอันดับหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อินเดีย และญี่ปุ่น เป็นต้น ดังนั้นในการทำ SEO จึงเน้นที่ Google เป็นหลัก โดยเน้นไปที่การทำบทความให้มีคุณภาพให้ตรงกับข้อมูล Keyword ที่จะส่งผลต่อการค้นหาบทความเราได้ง่ายขึ้น

กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้บทความติด SEO ก็คือ การใส่ Keyword เป้าหมาย (หรือ Keyword หลัก) และ Keyword ที่เกี่ยวข้อง (Keyword รอง) ที่เหมาะสมลงไปในบทความ โดยจะต้องเน้น Keyword ที่สอดคล้องกับเนื้อหาที่แสดงในหน้าเว็บไซต์ ซึ่งเราสามารถหาได้จากเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Google Keyword Planner, KWFinder และ Ahrefs เป็นต้น

เมื่อเลือก Keyword ที่เหมาะสมแล้ว การจัดให้มีการกระจายในบทความอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ติดหน้าแรกได้ง่ายขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีการใส่ Keyword เป้าหมายลงในชื่อบทความด้วย เพื่อให้ Search Engine Algorithm จะได้สามารถค้นหาเจอได้อย่างรวดเร็ว และกระจาย Keyword อื่น ๆ ให้มีความหนาแน่นอยู่ในบทความอย่างเหมาะสม

ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Keyword ซ้ำ ๆ กันเป็นจำนวนมากในบทความ เนื่องจาก Search Engine จะมองว่าเป็น Keyword Spam หรือ Keyword Stuffing ที่แสดงถึงการพยายามใส่ (ยัด) มากเกินไปลงในบทความ ทำให้เนื้อหาดูไม่เป็นธรรมชาติ

การทำ SEO ให้ติดอันดับต้น ๆ ของ Google ควรเน้นเนื้อหาที่มีคุณภาพ เนื้อหาแบบเจาะลึกหรือเนื้อหาที่มีประโยชน์กับผู้อ่าน เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ค้นหาด้วย Keyword ที่เราต้องการ ซึ่งการจัดโครงสร้างของเว็บไซต์ที่ได้มาตรฐาน ใช้ง่าย จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เราติดอันดับได้มากขึ้นด้วย

นอกจากนี้เนื้อหาในบทความไม่ควรคัดลอกมาจากที่อื่น ควรเรียบเรียงเนื้อหาด้วยตัวเองหรือเรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ พร้อมทั้งระบุลิงก์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบทความของเราลงไปด้วย เพื่อให้ Google รู้ว่าบทความของเราอยู่ในหมวดหมู่ไหน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเราเรียกว่า การทำ External Link โดยในการเลือกเราจะต้องเลือกลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ

โดยสรุป บทความ SEO มีความพิเศษกว่าบทความทั่วไป คือ จัดทำขึ้นเพื่อให้ติดอันดับแรก ๆ ของ Google โดยในการเขียนบทความจะต้องมีการระบุ Keyword ทั้ง Keyword เป้าหมายและ Keyword ที่เกี่ยวข้อง ให้มีปริมาณและการกระจายตัวที่เหมาะสม เนื้อหาในบทความมีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน และเพิ่มลิงก์อ้างอิงลงไปในบทความด้วยเพื่อให้ Search Engine Algorithm สามารถเข้าใจประเภทของเนื้อหาในบทความได้อย่างรวดเร็ว

แนะนำเทคนิคการทำ SEO ขั้นพื้นฐานเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับง่าย ๆ

แนะนำเทคนิคการทำ SEO ขั้นพื้นฐานเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับง่าย ๆ

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันจำเป็นจะต้องพึ่งการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing อย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ล้วนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนแทบทั้งโลกอย่างแยกไม่ออก ยิ่งธุรกิจของเรามีการโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่สินค้าและบริการของเราจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นเท่านั้น โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการตลาดออนไลน์ก็คือ การทำ SEO นั่นเอง

สำหรับ SEO (Search Engine Optimization) คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับแรก ๆ ของหน้าการค้นหาบนแพลตฟอร์มเสิร์ชเอ็นจิ้นต่าง ๆ โดยเฉพาะ Google โดยการใช้ “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ที่มีผู้ค้นหาเป็นจำนวนมาก เช่น ชื่อคน, ชื่อสินค้า, ชื่อสถานที่ ฯลฯ ยิ่งเราทำ SEO ได้มีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่เว็บไซต์ของเราจะติดอันดับแรก ๆ บนหน้าการค้นหามากขึ้นเท่านั้น แถมยังไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณาบน Google หรือ Google Ads แม้แต่บาทเดียว ซึ่งเทคนิคขั้นพื้นฐานที่เราควรรู้ก่อนจะเริ่มทำ SEO ได้แก่

1) เลือก “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ให้เหมาะสม
เนื่องจากหัวใจสำคัญของการทำ SEO คือ “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ที่เราต้องใส่ไว้ในคอนเทนต์ต่าง ๆ บนเว็บไซต์ของเรา ยิ่งเราเลือกใช้คำที่มีผู้ค้นหาบน Google มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่ SEO ของเราจะติดอันดับมากเท่านั้น แต่ต้องไม่ลืมว่าคำบางคำมีการแข่งขันสูง ยิ่งคำที่คนนิยมค้นหามาก ก็ยิ่งมีคู่แข่งมากตามไปด้วย ดังนั้น เราจึงควรเลือกคำให้เหมาะสม ซึ่งเครื่องมือที่สามารถช่วยเราได้คือ Google Keywords Planner, Ubersuggest และ Moz เป็นต้น

2) ใส่ “คีย์เวิร์ด” อย่างเป็นธรรมชาติ
หลายคนมักคิดว่าการทำ SEO คือการใส่ “คีย์เวิร์ด” ให้เยอะที่สุด แต่จริง ๆ แล้ว การใช้คีย์เวิร์ดที่มากเกินไปจนดูผิดธรรมชาตินั้นไม่ใช่เรื่องดีนัก และมีโอกาสที่ “อัลกอริทึม” ของ Google จะตีความว่า SEO ที่เราทำเป็นสแปมที่เข้าก่อกวน และอาจถูกปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้ ดังนั้น การใส่คีย์เวิร์ดที่ดีจึงควรใส่ตามจุดสำคัญ เช่น ชื่อเรื่อง, หัวข้อหลัก, หัวข้อย่อย, คำอธิบายย่อ รวมถึงกระจายอยู่ในเนื้อหาให้เป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับการใช้ภาษามากที่สุด

3) ควรมี “คีย์เวิร์ดใกล้เคียง”
การใช้ “คีย์เวิร์ด” ซ้ำกันมาก ๆ อาจทำให้คอนเทนต์ของเราขาดความสวยงามทางภาษาและยังมีผลต่อคุณภาพโดยรวมของคอนเทนต์หรือบทความทั้งหมดด้วย ดังนั้น เราจึงควรเลี่ยงการใช้คำซ้ำ ๆ เกินความจำเป็น โดยสลับใช้กับ “คีย์เวิร์ดใกล้เคียง” ที่มีความหมายเดียวกันแต่เขียนต่างกัน เช่น หนัง-ภาพยนตร์-Movie-Films เป็นต้น

นอกจากเทคนิคเบื้องต้นที่ว่ามาทั้งหมดนี้แล้ว การเขียน SEO ยังมีเทคนิคอีกมากมาย ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน แต่ 3 เทคนิคนี้ล้วนเป็นเทคนิคพื้นฐานของการทำ SEO ที่จะขาดไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว ดังนั้น จึงควรฝึกฝนให้ช่ำชองก่อนจะพัฒนาไปเรียนรู้เทคนิคที่สูงขึ้นในอนาคต

ข้อดีของ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ควรรู้

Search Engine Optimization ในธุรกิจยุคใหม่

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นวิธีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยในการจัดอันดับเว็บไซต์ให้ดีขึ้นจากการสืบค้นด้วย search engine อย่าง Yahoo และ Google ให้ผลลัพธ์ทางด้านยอดขายและจำนวนผู้ติดตามที่มากขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ของการทำ SEO อีกมากมายที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ควรรู้ ดังที่เราได้รวบรวมมาให้ไว้แล้วที่นี่ ดังนี้

1. ลดต้นทุนบริษัทได้

การทำเว็บไซต์ SEO จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าทำโฆษณาอย่างการทำ Search Engine Marketing หรือ SEM ที่ต้องมีการจ่ายค่าพื้นที่โฆษณาตามการคลิกของลูกค้า ทั้งยังทำให้ควบคุมค่าใช้จ่ายในการจ้างทำ SEO ได้ง่าย เนื่องจากจะมีค่าบริการตามแพ็คเกจจากบริษัทเอกชนที่มีทีมงานมืออาชีพอยู่แล้ว แม้ค่าใช้จ่ายช่วงแรกจะสูงสำหรับเว็บไซต์ที่ยังไม่เคยทำ SEO แต่ในระยะยาวจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรายได้ที่จะได้รับ

2. ช่วยให้สินค้าติดตลาด มีลูกค้าประจำมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากว่าการทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ถูกแสดงผลเป็นอันดับต้น ๆ ในหน้าแรกของการสืบค้น ทำให้เกิดการติดตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เป็นที่จดจำ และทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการซ้ำอีกบ่อย ๆ (repeat business) เนื่องจากลูกค้ามีความเชื่อมั่นในเว็บไซต์ที่อยู่ในหน้าต้น ๆ มากกว่าหน้าหลัง ๆ ของ google และ yahoo search จึงทำให้เพิ่มจำนวนลูกค้าประจำได้มากกว่าเว็บไซต์ที่ไม่ได้พัฒนาในส่วนนี้

3. เป็นการพัฒนาเว็บไซต์ให้เข้าสู่มาตรฐานสูงขึ้น

การทำ SEO จะเกิดการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีมาตรฐานสอดคล้องตามที่ Search Engine ต้องการเพื่อให้ตอบโจทย์การค้นหาข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายดังนั้น การใช้ keywords ในการผลิตบทความและสื่อมัลติมีเดียจึงต้องมีคุณภาพสูงขึ้น ไม่ใช้จะทำอันดับคำค้นหา ก็ส้รางเนื้อหาห่วยในเว็บแล้วหวังอันดับ แบบนี้ท่าจะยากถ้าให้ติดอันดับ และต้องทำลิ้งค์เชื่อมโยงระหว่างเว็บไซต์ธุรกิจกับเว็บไซต์ภายนอกด้วย (Backlink) จึงจะทำให้ผลการประเมินคุณภาพจากระบบ algorithm ของ Search Engine อยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งจะส่งผลให้มีโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้นตามไปด้วย

4. มีโอกาสได้ลูกค้าทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง

เนื่องจากมีผู้สืบค้นข้อมูลทั่วโลกผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หากทำเว็บไซต์ SEO ก็จะมีโอกาสถูกสืบค้นได้ตลอดเวลา โดยที่ไม่ต้องไปทำการตลาดที่ต่างประเทศ ก็สามารถมีลูกค้าสั่งซื้อมาจากอเมริกาหรือยุโรปได้ จะเห็นได้ว่า SEO เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่จึงควรใส่ใจกับการพัฒนาเว็บไซต์ SEO ให้มากขึ้น ซึ่งสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO เพื่อขอทราบรายละเอียดก่อนการตัดสินใจเลือกแพ็คเกจที่คุ้มค่าที่สุดได้