Search Engine Optimization

แนะนำเทคนิคการทำ SEO ขั้นพื้นฐานเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับง่าย ๆ

แนะนำเทคนิคการทำ SEO ขั้นพื้นฐานเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับง่าย ๆ

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันจำเป็นจะต้องพึ่งการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing อย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ล้วนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนแทบทั้งโลกอย่างแยกไม่ออก ยิ่งธุรกิจของเรามีการโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่สินค้าและบริการของเราจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นเท่านั้น โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการตลาดออนไลน์ก็คือ การทำ SEO นั่นเอง

สำหรับ SEO (Search Engine Optimization) คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับแรก ๆ ของหน้าการค้นหาบนแพลตฟอร์มเสิร์ชเอ็นจิ้นต่าง ๆ โดยเฉพาะ Google โดยการใช้ “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ที่มีผู้ค้นหาเป็นจำนวนมาก เช่น ชื่อคน, ชื่อสินค้า, ชื่อสถานที่ ฯลฯ ยิ่งเราทำ SEO ได้มีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่เว็บไซต์ของเราจะติดอันดับแรก ๆ บนหน้าการค้นหามากขึ้นเท่านั้น แถมยังไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณาบน Google หรือ Google Ads แม้แต่บาทเดียว ซึ่งเทคนิคขั้นพื้นฐานที่เราควรรู้ก่อนจะเริ่มทำ SEO ได้แก่

1) เลือก “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ให้เหมาะสม
เนื่องจากหัวใจสำคัญของการทำ SEO คือ “คำ” หรือ “คีย์เวิร์ด” ที่เราต้องใส่ไว้ในคอนเทนต์ต่าง ๆ บนเว็บไซต์ของเรา ยิ่งเราเลือกใช้คำที่มีผู้ค้นหาบน Google มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่ SEO ของเราจะติดอันดับมากเท่านั้น แต่ต้องไม่ลืมว่าคำบางคำมีการแข่งขันสูง ยิ่งคำที่คนนิยมค้นหามาก ก็ยิ่งมีคู่แข่งมากตามไปด้วย ดังนั้น เราจึงควรเลือกคำให้เหมาะสม ซึ่งเครื่องมือที่สามารถช่วยเราได้คือ Google Keywords Planner, Ubersuggest และ Moz เป็นต้น

2) ใส่ “คีย์เวิร์ด” อย่างเป็นธรรมชาติ
หลายคนมักคิดว่าการทำ SEO คือการใส่ “คีย์เวิร์ด” ให้เยอะที่สุด แต่จริง ๆ แล้ว การใช้คีย์เวิร์ดที่มากเกินไปจนดูผิดธรรมชาตินั้นไม่ใช่เรื่องดีนัก และมีโอกาสที่ “อัลกอริทึม” ของ Google จะตีความว่า SEO ที่เราทำเป็นสแปมที่เข้าก่อกวน และอาจถูกปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้ ดังนั้น การใส่คีย์เวิร์ดที่ดีจึงควรใส่ตามจุดสำคัญ เช่น ชื่อเรื่อง, หัวข้อหลัก, หัวข้อย่อย, คำอธิบายย่อ รวมถึงกระจายอยู่ในเนื้อหาให้เป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับการใช้ภาษามากที่สุด

3) ควรมี “คีย์เวิร์ดใกล้เคียง”
การใช้ “คีย์เวิร์ด” ซ้ำกันมาก ๆ อาจทำให้คอนเทนต์ของเราขาดความสวยงามทางภาษาและยังมีผลต่อคุณภาพโดยรวมของคอนเทนต์หรือบทความทั้งหมดด้วย ดังนั้น เราจึงควรเลี่ยงการใช้คำซ้ำ ๆ เกินความจำเป็น โดยสลับใช้กับ “คีย์เวิร์ดใกล้เคียง” ที่มีความหมายเดียวกันแต่เขียนต่างกัน เช่น หนัง-ภาพยนตร์-Movie-Films เป็นต้น

นอกจากเทคนิคเบื้องต้นที่ว่ามาทั้งหมดนี้แล้ว การเขียน SEO ยังมีเทคนิคอีกมากมาย ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน แต่ 3 เทคนิคนี้ล้วนเป็นเทคนิคพื้นฐานของการทำ SEO ที่จะขาดไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว ดังนั้น จึงควรฝึกฝนให้ช่ำชองก่อนจะพัฒนาไปเรียนรู้เทคนิคที่สูงขึ้นในอนาคต

ข้อดีของ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ควรรู้

Search Engine Optimization ในธุรกิจยุคใหม่

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นวิธีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยในการจัดอันดับเว็บไซต์ให้ดีขึ้นจากการสืบค้นด้วย search engine อย่าง Yahoo และ Google ให้ผลลัพธ์ทางด้านยอดขายและจำนวนผู้ติดตามที่มากขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ของการทำ SEO อีกมากมายที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ควรรู้ ดังที่เราได้รวบรวมมาให้ไว้แล้วที่นี่ ดังนี้

1. ลดต้นทุนบริษัทได้

การทำเว็บไซต์ SEO จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าทำโฆษณาอย่างการทำ Search Engine Marketing หรือ SEM ที่ต้องมีการจ่ายค่าพื้นที่โฆษณาตามการคลิกของลูกค้า ทั้งยังทำให้ควบคุมค่าใช้จ่ายในการจ้างทำ SEO ได้ง่าย เนื่องจากจะมีค่าบริการตามแพ็คเกจจากบริษัทเอกชนที่มีทีมงานมืออาชีพอยู่แล้ว แม้ค่าใช้จ่ายช่วงแรกจะสูงสำหรับเว็บไซต์ที่ยังไม่เคยทำ SEO แต่ในระยะยาวจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรายได้ที่จะได้รับ

2. ช่วยให้สินค้าติดตลาด มีลูกค้าประจำมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากว่าการทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ถูกแสดงผลเป็นอันดับต้น ๆ ในหน้าแรกของการสืบค้น ทำให้เกิดการติดตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เป็นที่จดจำ และทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการซ้ำอีกบ่อย ๆ (repeat business) เนื่องจากลูกค้ามีความเชื่อมั่นในเว็บไซต์ที่อยู่ในหน้าต้น ๆ มากกว่าหน้าหลัง ๆ ของ google และ yahoo search จึงทำให้เพิ่มจำนวนลูกค้าประจำได้มากกว่าเว็บไซต์ที่ไม่ได้พัฒนาในส่วนนี้

3. เป็นการพัฒนาเว็บไซต์ให้เข้าสู่มาตรฐานสูงขึ้น

การทำ SEO จะเกิดการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีมาตรฐานสอดคล้องตามที่ Search Engine ต้องการเพื่อให้ตอบโจทย์การค้นหาข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายดังนั้น การใช้ keywords ในการผลิตบทความและสื่อมัลติมีเดียจึงต้องมีคุณภาพสูงขึ้น ไม่ใช้จะทำอันดับคำค้นหา ก็ส้รางเนื้อหาห่วยในเว็บแล้วหวังอันดับ แบบนี้ท่าจะยากถ้าให้ติดอันดับ และต้องทำลิ้งค์เชื่อมโยงระหว่างเว็บไซต์ธุรกิจกับเว็บไซต์ภายนอกด้วย (Backlink) จึงจะทำให้ผลการประเมินคุณภาพจากระบบ algorithm ของ Search Engine อยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งจะส่งผลให้มีโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้นตามไปด้วย

4. มีโอกาสได้ลูกค้าทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง

เนื่องจากมีผู้สืบค้นข้อมูลทั่วโลกผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หากทำเว็บไซต์ SEO ก็จะมีโอกาสถูกสืบค้นได้ตลอดเวลา โดยที่ไม่ต้องไปทำการตลาดที่ต่างประเทศ ก็สามารถมีลูกค้าสั่งซื้อมาจากอเมริกาหรือยุโรปได้ จะเห็นได้ว่า SEO เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่จึงควรใส่ใจกับการพัฒนาเว็บไซต์ SEO ให้มากขึ้น ซึ่งสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO เพื่อขอทราบรายละเอียดก่อนการตัดสินใจเลือกแพ็คเกจที่คุ้มค่าที่สุดได้