SEO

ปัญหา Error 404 ในเว็บไซต์ SEO จะแก้ไขอย่างไร

ปัญหา Error 404 ในเว็บไซต์ SEO จะแก้ไขอย่างไร

ปัญหาความผิดพลาด Error 404 หรือ 404 not found เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกเว็บไซต์ แต่จะเป็นปัญหาที่มีนัยสำคัญมากสำหรับเว็บไซต์ที่ทำ SEO เนื่องจากมีผลต่อความเชื่อมั่นของกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งาน และทำให้ค่าคะแนนการวิเคราะห์ SEO จากระบบอัลกอริทึมตกลง อันดับในการสืบค้นจากหน้าต่าง Search Google จึงร่วงหล่น ลดอำนาจในการแข่งขันทางธุรกิจกับคู่แข่งรายอื่น

การตรวจสอบปัญหา 404 Error

การตรวจสอบปัญหา 404 Error ทำได้โดยการเข้าไปที่ Google Search Console ซึ่งเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์คุณภาพของเว็บไซต์ SEO ว่าสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ Google กำหนดมากน้อยเพียงใด โดยให้เข้าไปดูรายละเอียดในหมวด Crawl error หากพบว่ามีรายชื่อ URL address ที่มีปัญหา 404 Error ก็จะต้องมาทำการแก้ไขเปลี่ยน URL address ใหม่ให้ลิงก์เชื่อมโยงกันได้ หรือเรียกว่าการทำ Redirection นั่นเอง

การที่เกิด 404 Error นั้นเป็นเพราะหลายสาเหตุ เช่น การใช้โปรแกรม Word press แบบรุ่นสาธิตเดโม เมื่อมีการแก้ไขในภายหลังจึงทำให้ลิงก์หาย หรือมีการเปลี่ยนตัวอักษรจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ จึงไม่สามารถเชื่อมโยงได้เป็นปกติ

เมื่อมีปัญหา 404 Error เทคนิคที่จะช่วยให้แก้ไขได้ง่าย ๆ คือการดาวน์โหลดปลั๊กอิน ซึ่งชนิดที่ง่ายที่สุดและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม คือ Redirection ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไข Error 404 not found โดยเฉพาะ

โดยให้คลิกที่ source URL หรือ URL เดิม เพื่อคัดลอกมาแก้ไข แล้วเปลี่ยนเป็น URL ใหม่ในช่อง Destination URL โดยสามารถเลือกชนิดของการเปลี่ยนแปลงได้ว่าจะให้เป็นแบบถาวรหรือเปลี่ยนแปลงเป็น URL address นั้นเพียงชั่วคราวไปก่อน

หลังจากนั้นกด Activate เป็นการยืนยันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว และหากมีหลาย URL ที่ต้องแก้ไขก็ทำการกด Add Redirection เพิ่มเติมได้ที่มุมจอด้านล่าง

หลังจากการทำเสร็จจำเป็นต้องตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่า กระบวนการสำเร็จครบถ้วน 100% หรือไม่ โดยเข้าไปที่เมนู Redirection อีกครั้ง จะพบ URL ใหม่ขึ้นแทน URL ที่มีปัญหาตามที่เราได้แก้ไขไว้ครั้งล่าสุด

นอกจากนี้ ยังมี plugin อื่น ๆ ที่สามารถใช้แทน Redirectionได้ เช่น Rank Math SEO และ Yoast SEO รุ่น Premium (รุ่นฟรีจะไม่สามารถแก้ไขได้) ซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิคในการใช้ที่แตกต่างกันไป แต่การันตีได้ว่าจะมีความสะดวกสบายและประหยัดเวลามากขึ้นอีก เหมาะกับผู้ทำหน้าที่ดูแลเว็บไซต์แบบมืออาชีพ ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว

จะเห็นได้ว่าหากเกิดปัญหาความผิดพลาด 404 Error กับ เว็บไซต์ SEO จะต้องทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเติบโตทางธุรกิจ ผู้มีหน้าที่ดูแลเว็บไซต์หรือเจ้าของเว็บไซต์จำเป็นจะต้องตรวจสอบ Error ชนิดนี้เป็นประจำ โดยเฉพาะกับเว็บไซต์ที่เปิดมานาน มักมีปัญหากับลิงก์เก่าที่เคยทำไว้ ควรดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อให้การทำ SEO ได้ผลตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

การตรวจสอบปัญหา 404 Error

ประโยชน์ของปลั๊กอินที่ใช้คู่กับโปรแกรม wordpress ทำ SEO

ประโยชน์ของปลั๊กอินที่ใช้คู่กับโปรแกรม wordpress ทำ SEO

โปรแกรม wordpress ช่วยในการพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ SEO ที่ Google กำหนดได้ ซึ่งมีการออกแบบปลั๊กอินให้เสริมประสิทธิภาพของ wordpress ทำงานดียิ่งขึ้น ทั้งยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ที่ผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์ควรรู้ด้วย

ประโยชน์จากปลั๊กอินที่คุณจะได้จากการดาวน์โหลดใช้งานคู่กับ wordpress มีดังนี้

1. ช่วยในการแชทกับลูกค้าและเก็บข้อมูลรายบุคคล

ความต่อเนื่องในการคุยกับลูกค้าแต่ละราย ที่สามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ ทำให้มีความสะดวกในการสั่งสินค้าและสร้างความประทับใจมากขึ้น ปลั๊กอินที่ทำเช่นนี้ได้ คือ MobileMonkey’s WP-Chatbot ที่จะทำให้คุยได้สะดวกผ่านระบบ Messenger ใน Facebook

2. ช่วยในการเลือกคีย์เวิร์ดและออกแบบส่วนต่างๆในเพจ

การคิดชื่อหัวข้อบทความ การเลือก keyword ที่มีประสิทธิภาพในการแข่งขันกับเว็บไซต์คู่แข่งอื่น การทำ meta-description ที่ครอบคลุมเนื้อหาในเพจ ฯลฯ คือ หัวใจสำคัญของการทำ SEO ที่ปลั๊กอิน Yoast SEO สามารถช่วยคุณทำได้ นับว่าเป็นปลั๊กอินที่คนทำเว็บไซต์ทั่วไปรู้จัก สามารถที่จะทำให้อันดับ SEO ของเว็บไซต์คุณสูงขึ้นได้ในเวลารวดเร็ว

3. ช่วยป้องกันมัลแวร์หรือไวรัสที่จะเป็นอันตรายต่อระบบ

การรักษาความลับลูกค้าและเสริมความปลอดภัยของข้อมูลตัวสินค้าและบริษัทเป็นสิ่งจำเป็นที่ปลั้กอิน อย่าง Jetpack สามารถทำให้ได้ ทั้งยังมีความสามารถวิเคราะห์เพื่อเพิ่มอันดับ SEO ให้แก่บทความและรูปภาพของคุณได้ด้วย

4. ช่วยป้องกันการก่อกวนจากผู้ไม่หวังดี

เราอาจเคยเห็นเพจหรือเว็บไซต์ที่มีผู้ไม่หวังดีมาใช้คำไม่สุภาพ พิมพ์ข้อความที่ไม่เป็นความจริง เพื่อลดความเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้า รวมถึงการโพสต์ข้อความซ้ำ ๆ เป็นการรบกวนสายตาของผู้ใช้บริการเว็บไซต์รายอื่น สิ่งเหล่านี้เรียกว่าสแปม การดาวน์โหลดปลั๊กอินที่ชื่อว่า Akismet Anti-Spam สามารถป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้ โดยคุณสามารถเลือกคำที่ไม่ต้องการให้คนโพสต์ได้ด้วยตัวเอง

5. ช่วยให้การช้อปปิ้งของลูกค้ามีความสะดวกมากขึ้น

ตัวช่วยสำคัญที่คนทำเว็บไซต์รุ่นใหม่รู้จัก คือ WooCommerce ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถหยิบสินค้าตามหมวดหมู่ต่าง ๆ ลงในตะกร้าช้อปปิ้งได้ง่ายสะดวกขึ้น ทั้งยังช่วยแนะนำว่าสินค้าต่อไปที่ควรเลือกซื้อหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าที่เลือกมาแล้วมีรายการใดบ้าง จึงช่วยเพิ่มยอดขายให้กับเว็บไซต์ของคุณได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ช่วยคำนวณราคาสินค้า ค่าจัดส่ง และดูแลเรื่องระบบการชำระเงินที่มีหลายช่องทางได้อย่างแม่นยำ

จะเห็นได้ว่า ปลั๊กอินในปัจจุบันถูกออกแบบให้มาตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเภทธุรกิจของเว็บไซต์ออนไลน์มากยิ่งขึ้น การเลือกดาวน์โหลดปลั๊กอินที่เหมาะสมมาใช้งานคู่กับ wordpress จะช่วยให้อันดับ SEO เว็บไซต์ของคุณสูงขึ้น และทำให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

ประโยชน์จากปลั๊กอินที่คุณจะได้จากการดาวน์โหลดใช้งาน

ข้อดีของการทำ SEO ให้เว็บไซต์ที่หลายคนยังไม่รู้

ข้อดีของการทำ SEO ให้เว็บไซต์ที่หลายคนยังไม่รู้

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางที่ทำให้มีรายได้จากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งในไทยและต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันเราอยู่ในยุค 5G ที่มีการเชื่อมโยงกันได้ทั่วโลกหากคุณสามารถทำให้เว็บไซต์ถูกสืบค้นได้ง่ายจาก Search Engine อย่าง Yahoo, Bing และ Google ก็จะทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization จึงเป็นเทคนิคที่นักการตลาดออนไลน์แนะนำ เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ ซึ่งแตกต่างจากการทำโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์แบบอื่น ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ ดังนี้

1. ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาได้

การใส่ Keyword SEO ลงในหน้าเพจ เพื่อผลิตบทความที่มีคุณภาพ โดยเลือกมาจากสถิติการค้นหาของ Search Engine จะทำให้ทุกครั้งที่มีผู้สืบค้นด้วย Keyword นั้น ๆ ระบบอัลกอริทึมของ Yahoo, Bing Google จะประมวลและนำเสนอเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ จึงเท่ากับเป็นการโฆษณาเว็บไซต์แบบฟรีนั่นเอง

2. ขายสินค้าได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

โลกออนไลน์มีการเชื่อมโยงตลอดเวลา เกิดการซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 5G นับล้านครั้งทั่วโลก หากคุณทำ SEO อย่างมีคุณภาพ ก็เท่ากับเพิ่มโอกาสในการขายและขยายฐานลูกค้าไปได้อย่างไม่จำกัดวันละ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว โดยเฉพาะหากทำเว็บไซต์เป็นภาษาต่างประเทศ ก็จะทำให้มีโอกาสขายสินค้าให้แก่ลูกค้าต่างชาติได้มากขึ้นกว่าภาษาไทยอย่างเดียว

3. เพิ่มเปอร์เซ็นต์การปิดยอดขาย

การใช้ Keyword SEO ที่เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น คุณขายคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ก็ควรระบุคำหรือวลีที่ใช้เป็น Keyword SEO ให้ครบถ้วน ทั้ง ยี่ห้อ รุ่นและสเปคเครื่อง เมื่อผู้ที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์รุ่นนั้นมาพิมพ์ในช่อง Search ของ Yahoo, Bing และ Google ก็จะปรากฏเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ คุณจึงมีโอกาสขายสินค้าได้มากกว่าเว็บไซต์อื่นที่เลือก Keyword SEO กว้างเกินไป

4. ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

นักธุรกิจหน้าใหม่มักกังวลว่าจะแข่งขันไม่ได้ เมื่อเทียบกับเว็บไซต์ขนาดใหญ่ของนักธุรกิจจำนวนมากที่เปิดมาก่อน แต่บรรดากูรูการตลาดกล่าวว่า หากคุณทำระบบ SEO ให้กับเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ ย่อมจะเกิดการสะสมข้อมูลให้ระบบอัลกอริทึม (Algorithm) ประมวลและแสดงผลแบบอัตโนมัติ ซึ่งไม่สามารถมีบริษัทหรือแบรนด์ใดผูกขาดตำแหน่งในการนำเสนอผลการสืบค้นได้ นักธุรกิจหน้าใหม่จึงมีโอกาสขายสินค้าได้มากและมีศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้นไม่ต่างจากเจ้าตลาดเดิม

การทำ SEO มีข้อดีหลากหลายด้าน ทั้งด้านยอดขาย ขยายฐานลูกค้า สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ฯลฯ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านเห็นความสำคัญของการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ได้อย่างยาวนาน

เทคนิคที่นักการตลาดออนไลน์แนะนำ

5 เทคนิคดันอันดับ SEO ให้พุ่งกระฉูด !

ในปัจจุบันแม้ว่าจะมีระบบการค้นหาที่ทำให้คุณสามารถหาข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นสาระความรู้บนโลกอินเตอร์เน็ตได้ง่ายแล้ว ยังมีมูลค่าการค้าที่หมุนเวียนอยู่อย่างมหาศาล ไม่ว่าร้านค้าเล็กหรือใหญ่ก็สนใจการทำ SEO กันทั้งนั้นเพื่อต้องการที่จะเข้าไปมีส่วนแบ่งทางการตลาด บทความนี้จะมาแบ่งปันเทคนิคการดันอันดับคีย์เวิร์ดของคุณให้พุ่งกระฉูด

1.การค้นคว้าคีย์เวิร์ดที่ใช้ในธุรกิจ

เรียกได้ว่าเป็นกระบวนการแรกที่มีความสำคัญที่สุดและในทุกธุรกิจควรให้ความสำคัญ ยกตัวอย่างการขายเสื้อผ้าผู้หญิง คุณน่าจะรู้ดีว่าคู่แข่งบนโลกใบนี้ที่ลงมาสู้ในอินเตอร์เน็ตนั้นมีเยอะขนาดไหน การค้นคว้าคีย์เวิร์ดในการขายเสื้อผ้าผู้หญิง หากคุณใช้คำว่า “เสื้อผ้าผู้หญิง” เชื่อเถอะว่าคุณจะสู้คนที่ลงทุนสูงและมาก่อนหน้าคุณได้ยาก การหลีกเลี่ยงการใช้คำที่ตรงหรือสั้นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เช่น เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลีผู้หญิง เสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงราคาถูก เสื้อผ้าผู้หญิงวัยทำงานสีฟ้า ชุดนอนลายหมีสีเหลือง เป็นต้น คำเหล่านี้จะช่วยลดคู่แข่งของคุณแถมยังได้ลูกค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย โดยคุณสามารถดูปริมาณการค้นหาได้โดยการใช้เครื่องมือนี้ https://adwords.google.com

อันดับ SEO

2.Content Is King

คำนี้เป็นคำที่นิยมมากและสามารถใช้ได้ดีในทุกยุคสมัยของการทำ SEO เพราะเมื่อเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพที่ดีแล้ว ก็จะหลีกเลี่ยงปริมาณการเข้าถึงเว็บไซต์ของผู้คนที่สนใจไม่ได้เลย นั้นหมายความว่าหากคุณทำเว็บไซต์ที่มีคุณภาพแถมยังมีเนื้อหาใจความในเว็บไซต์ที่อ่านเข้าใจ สนุก น่าตื่นเต้น นำไปใช้ได้จริง สามารถพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่คุณเขียนลงไปในเนื้อหานั้น ๆ เป็นจริง เนื้อหาเหล่านี้จะชวนให้คนที่เคยเข้ามาอ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณแล้วแวะเวียนกลับมาใหม่ตลอดเวลา ทำให้อันดับในเว็บไซต์ของคุณอยู่สูงขึ้นกว่าคู่แข่ง

3.การใช้เครื่อง Social ในการหาคนเข้าชม

เทคนิคอีกอย่างที่ต้องทำคือการหาคนเข้าเว็บไซต์ของคุณให้หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น การโพสบทความบนแฟนเพจ การทำคลิปขึ้น Youtube การอัพเดทความเป็นไปต่าง ๆ บน Line และทำ Backlink กลับมายังหน้าเว็บไซต์ที่คุณต้องการจะโปรโมท จำนวนผู้เข้าชมเหล่านี้ถึงแม้จะไม่ได้มาจาก Google โดยตรงแต่อย่างน้อยก็ยังเป็นกลุ่มที่สนใจเนื้อหาของเว็บไซต์คุณจริง ๆ ก็ถือว่าทำให้คะแนนการทำ SEO ของคุณสูงขึ้นได้

UX

4.สร้างประสบการณ์ของผู้ใช้

การสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากเนื้อหาดีเว็บไซต์ดีแต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับคนเข้ามาอ่านเลย เว็บไซต์ของคุณก็อาจจะดูจืดชืดไปหน่อย คุณอาจจะเพิ่มสีสันเข้าไปด้วยการใส่แชทออนไลน์ไว้หน้าเว็บไซต์ การโต้ตอบด้วยการเล่นเกม สร้างโพลล์สำรวจความคิดเห็นแบบ Popup ขึ้นมาให้ตอบเล่น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นการดึงดูดให้คนเข้าเว็บไซต์ของคุณมีความแปลกใหม่ น่าสนใจและสุดท้ายพวกเขาจะแวะเวียนกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ

5.อ่านกฏของ Google ด้วยเสมอ

การติดตามข่าวสารของทางเว็บไซต์หลัก Google เป็นสิ่งที่นักทำ SEO ทุกคนควรทำ เพราะเมื่อมีผู้ที่ลงสนามมาแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก การทำ SEO แบบผิดกฏก็ย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย ทาง Google เองพยายามปรับเปลี่ยนกฏต่าง ๆ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนทำผิดกฏมาอยู่ในระบบได้อย่างสงบ แต่นั้นก็ส่งผลกระทบให้กับผู้ที่ทำตามกฏเช่นกัน เพราะเมื่อก่อนกฏนั้นกฏนี้อาจจะยังสามารถทำได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานสิ่งที่คุณทำถูกกฏมาตลาดอาจจะกลายเป็นผิดกฏอย่างให้อภัยไม่ได้สำหรับ Google ก็เป็นได้ การติดตามข่าวสารจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักทำ SEO ทั้งหลาย

8 เคล็ดลับของ SEO ในธุรกิจยุคใหม่

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันจะอาศัยแต่ลูกค้าที่เดินผ่านไปมาตามท้องถนนหรือออฟไลน์อย่างเดียวไม่ได้เสียแล้ว การทำเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการออนไลน์จึงเป็นที่นิยมและต้องหมั่นใส่ใจอัพเดตคุณภาพทั้งเนื้อหาและโครงสร้างตาม SEO อย่างเหมาะสม เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและเพิ่มยอดขายได้อย่างดี และนี่คือหลักการทำ SEO ที่จะช่วยให้ทุกธุรกิจรุดหน้าไปกับวงการขายสินค้าออนไลน์

เคล็ดลับของ SEO ในธุรกิจยุคใหม่

1. ต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อนว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเว็บไซต์คือใคร เพื่อการสร้างคีย์เวิร์ดใส่ในจุดต่าง ๆ ของบทความ อาทิ หัวข้อ description URL address ฯลฯ มีความเหมาะสม

2. การสร้างบทความที่มีเนื้อหาตรงใจครอบคลุมคีย์เวิร์ดในความสนใจของลูกค้าเป้าหมายช่วยให้เพิ่มยอดรายได้จากการขายได้ในระยะยาว

3. การพัฒนาแอพพลิเคชั่น หรือปรับปรุงเว็บไซต์ให้รองรับการใช้ผ่านมือถือ จะช่วยให้การทำ SEO ประสบความสำเร็จ เพิ่มยอดขายและสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยขึ้น

4. การใช้ search engine อย่างกูเกิ้ลเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย ดังนั้นการพัฒนาเว็บไซต์เดิมที่มีอยู่ หรือการเริ่มสร้างเว็บเพจใหม่ ๆ ควรอิงตามหลักที่กูเกิ้ลระบุไว้ว่าอันดับการสืบค้นจะพิจารณาจากการทำ SEO ด้านใดและอย่างไรบ้าง

5. การทำโครงสร้างเว็บไซต์ SEO เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจเช่นกัน เพราะการวิเคราะห์ของระบบอัลกอริทึ่มของ search engine ต่าง ๆ มีทั้งส่วนเนื้อหา คีย์เวิร์ดและส่วนโครงสร้างที่จะนำผลการประมวลไปจัดเรียงอันดับเว็บไซต์เพื่อเสนอสู่สายตาลูกค้าที่มาสืบค้น

6. การดูคุณภาพสาระของบทความ โดยใส่คีย์เวิร์ดกระจายตามจุดต่าง ๆ ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้ไม่เป็นการยัดเยียดหรือสร้างความผิดธรรมชาติในบทความ ทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายพึงพอใจและอยากสนับสนุนกิจการของเว็บไซต์มากกว่าการพยายามผลักดันการขายตลอดเวลา

7. ความยาวของบทความ SEO ต้องเหมาะกับคนอ่าน เช่น ใน facebook Instagram หรือ twitter ไม่ควรยาวเกินกว่า 300 คำ เพราะสไตล์คนอ่านกลุ่มนี้ต้องการเห็นประเด็นที่นำเสนอในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 2-3 นาที หากเนื้อหายืดเยื้อหรือวกวนไปมา จะส่งผลเชิงลบต่อการเข้าชมทันที จึงเป็นประเด็นที่ต้องระวังให้มาก

8. การใส่คีย์เวิร์ดซ้ำ ๆ หรือใส่หลายคำจนขาดความเป็นอัตลักษณ์ในบทความ เสี่ยงสูงต่อการถูกปฏิเสธจาก search engine ทั้งยังทำให้ถูกตีค่าเป็นสแปม หรือเว็บไซต์ขยะที่สร้างความรำคาญและเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีทั้งตัวธุรกิจนั้น ๆ เองและตัวของ search engine ด้วย จึงต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจสอบคุณภาพงาน SEO

8 เคล็ดลับของ SEO ในธุรกิจยุคใหม่

ธุรกิจขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์จะก้าวหน้าเติบโตได้ดี จำเป็นต้องหมั่นศึกษาวิธีการใหม่ ๆ และวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของการทำ SEO อยู่เสมอ เพื่อการพัฒนาต่อยอดได้อย่างเหมาะสมต่อไป

6 สิ่งจำเป็น ทำให้เว็บไซต์ SEO มัดใจลูกค้าอยู่หมัด

6 สิ่งจำเป็น ทำให้เว็บไซต์ SEO มัดใจลูกค้าอยู่หมัด

การทำเว็บไซต์ SEO มีโจทย์สำคัญที่ทำอย่างไรจะช่วยให้เว็บไซต์ยกอันดับในการสืบค้นเป็น top5 , top10 ให้ได้ เพราะสัมพันธ์โดยตรงกับยอดขายและภาพลักษณ์ของธุรกิจ เราจึงได้รวบรวม “ 6 สิ่งจำเป็น” ในการทำเว็บไซต์ SEO มัดใจลูกค้า มาฝากกัน ดังนี้

1. จำเป็นต้องมีคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม เพราะจะเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างหน้าเว็บไซต์เรากับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งการใช้โปรแกรมที่มีคุณภาพในการวิจัยคีย์เวิร์ดก็มีความสำคัญในการแสดงผลอย่างครอบคลุม ทั้งเปอร์เซ็นต์และตัวอย่างวลีประโยคอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกับการค้นหาคีย์เวิร์ดนั้น ๆ

2. จำเป็นต้องมีทีมงานที่เชี่ยวชาญในการทำ SEO เพื่อให้ดูแลทั้งส่วนหน้าบ้าน เช่น ดูแลเนื้อหาบทความที่มีคุณภาพ การใส่ภาพหรือมัลติมีเดียประกอบ ที่ช่วยส่งเสริมการขายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และส่วนหลังบ้าน อาทิ การเชื่อมโยงดาต้า การส่งเมล์ การประสานงานลิ้งค์ต่าง ๆ เพื่อความคล่องตัวรวดเร็ว เสริมอำนาจการแข่งขันกับเจ้าของธุรกิจรายอื่น

3. จำเป็นต้องประเมินผล แม้ว่าการทำ SEO ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะเห็นผล แต่การหมั่นติดตามผลจากเคลื่อนไหวของหน้าเพจ ผ่านรายงานประจำวันและสัปดาห์ จะทำให้เห็นแนวโน้มและวางแผนอนาคตของธุรกิจได้ดีขึ้น

6 สิ่งจำเป็น มัดใจลูกค้าอยู่หมัด

4. จำเป็นต้องใช้ได้หลายประเภทเครื่องมือสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานผ่านระบบมือถือ smartphone tablet หรือใช้งานออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งต้น ก็ควรเข้าอ่านบทความและใช้บริการออนไลน์ต่าง ๆ บนเว็บไซต์ได้ง่ายและรวดเร็วใกล้เคียงกัน หากสามารถรักษาจุดนี้ไว้ได้จะทำให้เว็บไซต์ของคุณยกระดับขึ้นสู่อันดับสืบค้น top five ได้อย่างแน่นอน

5. จำเป็นต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้รวดเร็วฉับไว เช่น การมีทีมงานที่ทำหน้าที่สำรวจความสนใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าตามสังคมพูดคุยออนไลน์ต่าง ๆ และทำการโพสต์แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มีสาระ พร้อมแนบลิ้งค์เพจหรือเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถตามลิ้งค์มาถึงเว็บไซต์หลักและคลิกดูข้อมูลอื่น ๆ ในเว็บไซต์เพิ่มเติม ทำให้ช่วยเพิ่มความนิยมของเว็บไซต์และทำให้ยอดขายดีขึ้นได้ด้วย

6. จำเป็นต้องดีไซน์แคมเปญที่ดึงดูดใจ ไม่เพียงการสื่อสารทางเดียวผ่านบทความ SEO เท่านั้น ที่จะช่วยรักษาลูกค้าไว้ได้ แต่การมีแคมเปญโปรโมชั่นที่น่าลุ้นหรือเป็นไปได้สูง เช่น หากร่วมตอบคำถามจะได้สินค้าขนาดทดลอง หรือได้รับของที่ระลึกจากบริษัท จะทำให้ได้รับความรู้สึกเชิงบวกจากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าส่งผลถึงภาพลักษณ์ที่ดีและยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามมา

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ “6 สิ่งจำเป็น” ในการทำเว็บไซต์ SEO มัดใจลูกค้า จะเห็นได้ว่าแต่ละข้อสำคัญต่อการเพิ่มอันดับในการสืบค้นข้อมูลจาก search engine จึงทำให้มีโอกาสสูงอย่างทวีคูณในการเกิดลูกค้ากลุ่มใหม่ และยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นแก่ลูกค้ากลุ่มเดิมได้อีกด้วย

ทำให้เว็บไซต์-SEO-มัดใจลูกค้าอยู่หมัด

วิธีทำ SEO ดีที่สุดคือเขียนบทความมีคุณภาพ

ขั้นตอนก่อนเริ่มเขียนบทความ

เป็นที่รู้กันว่าปัจจัยสำคัญของการทำ SEO คือการเขียนบทความที่มีคุณภาพ แต่คำว่าคุณภาพหมายถึงอะไร แน่นอนว่าบทความที่ดีต้องมีเนื้อหาน่าอ่านและตรงกับความสนใจ ถ้าเว็บไซต์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ลูกค้าย่อมสนใจบทความเกี่ยวกับไมโครเวฟใช้ปรุงอาหารเมนูใดได้บ้าง ทิปการทำความสะอาดเครื่องดูดฝุ่น เคล็ดลับการใช้เครื่องไฟฟ้าให้ประหยัดไฟ หากนำบทความอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ฝึกโยคะลดน้ำหนักเห็นผลเร็ว หรือจัดกระเป๋าเดินทางแนวแอดเวนเจอร์อย่างไร เป็นคอนเทนต์ที่มีประโยชน์และมีเนื้อหาสนุกน่าสนใจแต่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ขายอยู่ในเว็บไซต์ จึงถือว่าไม่เกี่ยวข้องและผิดกับหลักเกณฑ์ของทาง Google ในการจัดอันดับเว็บไซต์นั่นเอง

ขั้นตอนก่อนเริ่มเขียนบทความ

ก่อนจะเริ่มเขียนบทความ อันดับแรกต้องรู้ความต้องการของผู้อ่าน เลือกหัวข้อเป็นที่นิยมในตลาดสินค้าของเราก่อน ถ้าคุณเปิดเว็บขายเสื้อผ้าออนไลน์ ควรเน้นหมวดเทรนด์การแต่งกาย เครื่องประดับ เครื่องสำอางและความสวยงามที่เกี่ยวข้องกัน พยายามวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อนำมาเขียนสิ่งที่ลูกค้าต้องการรู้มากที่สุด ไม่จำเป็นต้องใช้ศัพท์เทคนิคมากนัก เขียนอย่างสนุกและใช้ภาษาถูกต้องเข้าใจง่าย มีครบทั้งสาระและความบันเทิง ทำให้อ่านแล้วติดใจต้องกลับมาใช้งานอยู่เสมอ

ในด้านความยาวของบทความแบ่งออกเป็น 3 ระดับ เริ่มจากขั้นต่ำ 300 คำเป็นบทความเรื่องทั่วไป ขยับมาเป็น 500 คำถือว่ามีความยาวพอดีสำหรับใส่เนื้อหาที่มีประโยชน์และได้ความสนุกด้วย มีความยาวในระดับที่ผู้อ่านไม่เบื่อไปเสียก่อน แต่ถ้าต้องการเน้นรายละเอียดมากขึ้น ความยาวไม่ควรเกิน 700-1,000 คำ ซึ่งถือว่าค่อนข้างยาวไปสำหรับการแสดงเนื้อหาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เพราะคนรุ่นใหม่เน้นการดูคลิปวิดีโอหรือรูปภาพที่สื่อให้เข้าใจง่ายและประหยัดเวลาด้วย

วิธีทำ SEO ดีที่สุดคือเขียนบทความมีคุณภาพ

บทความขนาด 300-500 คำมีเนื้อหาความยาวที่มีการจ้างเขียนบทความมากที่สุด ส่วนบทความที่ยาวอาจมีตั้งแต่ 750 คำไปจนถึง 1,500 คำ การเขียนให้เป็นบทความที่มีคุณภาพไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะข้อตำหนิที่พบมากเป็นเรื่องคำซ้ำและคำฟุ่มเฟือยที่จะต้องตัดคำออก ขัดเกลาสำนวนภาษาให้กระชับและถ้อยคำสละสลวย จัดแบ่งโครงสร้างเนื้อหาเป็นย่อหน้า แบ่งวรรคตอนสวยงามน่าอ่าน พยายามสรุปใจความในแต่ละย่อหน้าแต่จะต้องเชื่อมโยงเนื้อหากับย่อหน้าอื่น ๆ มีคีย์เวิร์ดกระจายอยู่อย่างเหมาะสม การเขียนบทความจะต้องไม่ลอกเลียนแบบหรือซ้ำใคร นำไปโพสต์เชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดีย เช่น Faccebook, Line, Instagram เมื่อคนอ่านพึงพอใจจะกดไลค์ กดแชร์ให้ ช่วยสร้างลิงก์ย้อนกลับมาเว็บไซต์มากขึ้น ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์อย่างแน่นอน

แม้ว่าการจ้างเขียนบทความจะมีราคาไม่แพง ทั้งยังสะดวกรวดเร็วด้วย แต่หลายเว็บไซต์หรือบล็อกนิยมเขียนบทความด้วยตัวเอง เพราะสามารถนำความรู้ทางธุรกิจมาตอบโจทย์คำถามลูกค้าของตนได้ดีที่สุด หากยังคิดไม่ออกว่าจะเขียนเรื่องอะไร หรือเขียนอย่างไร ให้เปิดดูเว็บไซต์ของคู่แข่งทางธุรกิจ อ่านบทความของเขาเป็นแนวทาง แต่ให้เขียนประเด็นที่ตนเองรู้และวิเคราะห์จากความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของตนเป็นหลัก

วิธีค้นหาบทความยอดนิยม ในการทำ SEO

วิธีค้นหาบทความยอดนิยม ในการทำ SEO

ช่วงปลายปีผู้ประกอบการแต่ละบริษัทเริ่มทำบัญชีตรวจสอบผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรกและเกือบตลอดระยะ 1 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งการโปรโมทและโฆษณาว่าได้ผลคุ้มค่ามากขนาดไหน การทำเว็บไซต์และบล็อกได้โพสต์บทความไว้จำนวนมาก จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าโพสต์ไหนเป็นบทความยอดนิยม ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงเว็บไซต์หรือบล็อก รวมถึงการทำ SEO เพื่อสร้างเครือข่ายคนติดตาม เรามาดูกันว่ามีวิธีใดบ้าง

ตรวจสอบจำนวนความคิดเห็น วิธีหนึ่งที่ง่ายในการดูว่าโพสต์นั้นเป็นที่นิยมหรือไม่ คือการดูจำนวนข้อคิดเห็นของคนที่เข้ามาดู ผู้ที่ได้อ่านโพสต์แล้วเขียนข้อความโต้ตอบเพื่อมีส่วนร่วมมากขึ้น หากคนเข้ามาดูมากจะทำให้มีโอกาสขายสินค้าและบริการมากขึ้น ถ้าคนแสดงความคิดเห็นมาก แปลว่าเนื้อหาบทความน่าสนใจและอาจเปิดประเด็นคำถามให้คนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ความคิดเห็นจึงเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีคนสนใจเว็บของเราแค่ไหน เป็นตัวชี้วัดว่าบทความของเรามีเนื้อหาน่าสนใจ ไม่ใช่กดดูแล้วมองข้ามไป ข้อเสียคือผู้คนจำนวนมากอาจอ่านโพสต์แล้วแต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็น

ดูจำนวน Trackbacks หมายถึงการที่บุคคลอื่นเข้ามาอ่านบทความของคุณ แล้วเขียนแสดงความคิดเห็นในหน้าเว็บของตัวเองแล้วทำการ Trackback หรือส่งสัญญาณกลับมาที่เว็บหรือบล็อกของคุณ ควรตรวจสอบว่ามีบล็อกอื่นๆ ที่แสดงข้อคิดเห็นบางอย่างแล้วอ้างถึงโพสต์ของคุณหรือไม่ หากมีการลิงก์กลับมาที่คุณจำนวนมาก หมายความว่าโพสต์ของคุณอาจมีผลกระทบอย่างกว้างขวางในวงการบล็อกเกอร์ อย่างไรก็ตาม คุณภาพของการติดตามเหล่านั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ควรตรวจสอบด้วย อาจเป็นข้อความขัดแย้งหรือโจมตีที่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ

คนเข้ามาติดตามจากโซเชียลมีเดีย สะท้อนให้เห็นจำนวนปริมาณคนเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งติดตามมาจากโซเชียลมีเดียอย่าง เฟซบุ๊ก , อินสตาแกรม , ไลน์และช่องทางอื่นๆ เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีมากว่าโพสต์ของคุณเป็นที่นิยมหรือไม่ ตรวจปรับปรุงเนื้อหาบทความหรือการใส่คีย์เวิร์ดเพื่อทำ SEO อย่างไร การสร้างเครือข่ายทางสังคมทำให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น แต่คุณภาพของบทความคือจุดสำคัญที่จะทำให้คนคลิกเข้าอ่านบทความหรือมองผ่านเลยไป ถ้าทำให้มีผู้ติดตามอย่างต่อเนื่องได้ โพสต์นั้นจะเป็นประโยชน์ ไม่ใช่การลงทุนที่สูญเปล่าและยังมีผลให้การตอบรับในด้านธุรกิจและยอดขายดีขึ้นด้วย

แน่นอนว่าเป้าหมายของการทำ SEO เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาดูเว็บไซต์และบล็อก เป็นโอกาสได้โปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง เพิ่มโอกาสขายสินค้าและบริการมากกว่าเดิม หัวใจหลักคือการทำบทความที่คนชื่นชอบ เนื้อหาน่าสนใจ อ่านสนุกและเป็นประโยชน์ การทำ Post Plugins ช่วยสรุปหัวข้อที่ผู้ใช้ให้คะแนนโพสต์สูงสุดโดยพิจารณาจากคุณภาพของบทความ วิธีนี้ช่วยให้รู้แนวทางว่าควรปรับแนวทางบทความให้เป็นอย่างไรจึงจะถูกใจและดึงดูดความสนใจผู้ใช้ส่วนใหญ่มากขึ้นไปอีก

การทำ SEO ไม่ใช่เรื่องไกลตัว รู้ไว้ได้เปรียบ

พื้นฐานการทำ seo

ทุกวันนี้คนขายสินค้าทางออนไลน์กันมาก ต้องการอะไร ก็เพียงใส่คำค้นหาลงไปในกูเกิ้ล สิ่งที่ค้นหาก็จะปรากฏออกมาให้เห็นทั้งสินค้าจำหน่ายในประเทศและนอกประเทศ มีระบบธุรกรรมออนไลน์บนมือถือ ซื้อง่ายจ่ายคล่อง ทำให้นักธุรกิจหน้าใหม่สนใจเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ตลาดการค้าบนอินเทอร์เน็ต จำนวนคู่แข่งที่มากทำให้กระตุ้นยอดขายหรือเปิดตัวให้ลูกค้าใหม่รู้จักเป็นเรื่องยาก หากผู้ประกอบการทำ SEO จะมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น หลายคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องซับซ้อน ยุ่งยาก แต่ความจริงแล้วพบว่าการทำ SEO ก็คือคีย์เวิร์ดที่ใช้ค้นหาบนกูเกิ้ลซึ่งเชื่อมโยงกับคีย์เวิร์ดของสินค้า บริการ หรือแม้แต่บทความในเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมนั่นเอง

SEO อยู่ไม่ไกลตัวคุณ

ในเมื่อการทำ SEO ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทั้งยังเคยมีประสบการณ์ใช้งานอยู่อย่างคุ้นเคย จึงไม่ควรกังวลว่าจะเข้าใจมันยาก พื้นฐานของการทำ SEO และทำเว็บไซต์ตลอดจนสื่อสังคมออนไลน์ดูจะหลอมเป็นเนื้อเดียวกับการทำ SEO ไปแล้ว ควรสังเกตและเรียนรู้ว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จนั้นทำอย่างไรจึงเข้าถึงลูกค้า สร้างแรงจูงใจและปิดการขายได้รวดเร็วตามที่คิดไว้ ก่อนอื่นเรามาพิจารณาในเรื่องเนื้อหาบทความที่ใส่ไว้ในเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และอื่นๆ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการอัพเดทเรื่องราวที่สดใหม่ ควรพิจารณาเลือกบทความที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อสร้างความเชื่อมโยงให้เกิดความสนใจและต้องการซื้อในภายหลัง

จากประสบการณ์ของคนทำธุรกิจสตาร์ทอัพ ส่วนใหญ่พบว่าไอเดียในการนำเสนอสินค้าของเราดี มีเนื้อหาบทความที่น่าสนใจ แนะนำให้เห็นความสดใหม่และแปลกของผลิตภัณฑ์ แต่เพราะจุดด้อยในข้อที่มีงบประมาณจำกัด ไม่สามารถผลิตสินค้าออกมาจำนวนมาก เป็นผลให้ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นสูง ราคาของสินค้าจึงต้องสูงตามไปด้วยเพื่อให้เกิดผลกำไรและอยู่รอดได้ การเขียนบทความจึงเป็นช่องทางเอาตัวรอดเพื่อเน้นอธิบายให้เข้าใจว่าสินค้าของเรามีดีอย่างไร แตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร ทำไมต้องเลือกเรา โดยชูจุดขายด้วยความแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ยังไม่มีใครทำมาก่อน หรือจำนวนผลิตจำกัด ใช้เป็นจุดเด่นที่เพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้า ช่วยให้รู้สึกว่าราคาสูงไปนิดแต่ซื้อมาแล้วเกินคุ้ม หาคำตอบที่ดีให้กับตัวเองและลูกค้า ถือเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้สตาร์ทอัพหลายคนประสบความสำเร็จได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าราคาที่ตั้งไว้สูงเกินไป ไม่ต้องกลัวยอดขายต่ำหรือขายขาดทุน

เล่าถึงตรงนี้หลายคนคงคิดว่าบทความน่าจะมีเนื้อหายืดยาวแทบตีพิมพ์เป็นพ็อกเกตบุ๊กได้ เคล็ดลับอย่างหนึ่งของการทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพและเหมาะกับการทำ SEO คือ เนื้อหาที่กระชับและแน่น ไม่สั้นเกินไปจนใส่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ไม่หมด การเขียนบทความยาวหลายพันคำก็ไม่น่าอ่าน ทั้งยังโหลดบนอุปกรณ์มือถือได้เร็วด้วย ระยะเนื้อหาบทความ 1,000 คำ เป็นความยาวระดับที่ติดอันดับท็อปมากที่สุด เรียบเรียงให้ดี น่าอ่าน รวบรวมคุณสมบัติ เสนอประโยชน์และตอบโจทย์ความสนใจของผู้อ่าน จะกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะแนะนำธุรกิจให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและมีโอกาสแข่งขันได้ดีขึ้น

การตลาดกับseo

เทคนิค SEO ที่จะทำลายเว็บไซต์ของคุณ

เทคนิค SEO

การเพิ่มประสิทธิภาพในกลไกการค้นหาด้วยการใช้กลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมเมื่อหลายปีก่อนเนื่องจากได้ผลดีแต่หลายๆอย่างเปลี่ยนแปลงไปจนหมดแล้ว ในยุคนี้การทำบางสิ่งเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับเว็บไซต์ของคุณ เราอาจเรียกว่ามันเป็นเทคนิคและกลยุทธ์ SEO ที่ล้าสมัย ลองมาดูบางส่วนของเทคนิค SEO ที่เลวร้ายที่สุดที่จะทำลายเว็บไซต์ของคุณ ดังนั้น พยายามหลีกเลี่ยงที่จะทำเรื่องราวต่อไปนี้

Keyword stuffing หรือคือการใส่คำหลัก (Keyword เป้าหมาย) ซ้ำซ้อนกันหลายครั้ง ต้นปี 2000 มันยังใช้ได้ผลนั่นคือข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามในปัจจุบันหากทำแบบนั้นภัยพิบัติกำลังรอคอยที่จะเกิดขึ้นและมันจะเกิดขึ้น เทคนิคนี้เป็นสิ่งต้องห้ามขนาดใหญ่ในสายตาของ Google และเว็บไซต์ของคุณจะถูกแบนหรือถูกตัดออกจากดัชนีผลการค้นหาใน Google ได้ แต่บางคนก็ยังทำวิธีนี้อยู่ เช่น เว็บไซต์ขายอุปกรณ์ตกปลา : “อุปกรณ์ตกปลาที่ดีที่สุดที่นี่เรามีอุปกรณ์ตกปลาที่เหมาะกับคุณ ที่ให้อุปกรณ์ตกปลาที่ดีที่สุด เมื่อคุณมาที่นี่เรามีทั้งหมดที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ตกปลา”

Duplicate content เนื้อหาที่ซ้ำกัน หากคุณใช้วิธีการคัดลอกเนื้อหาในเว็บไซต์โดยเอามาจากเว็บไซต์อื่นๆ ก็ต้องรู้ว่า Google เกลียดเนื้อหาที่ซ้ำซ้อนและพร้อมที่จะแจ้งให้คุณทราบ อย่างไรก็ตามเนื้อหาที่ซ้ำกันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากที่จะจัดการ ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นผู้สร้างเนื้อหาต้นฉบับและเว็บไซต์อื่นๆ เป็นฝ่ายคัดลอกเนื้อหา (พร้อมการอ้างอิง) อย่างไรก็ตามหาก Google เห็นว่าเนื้อหาของคุณไม่ใช่ต้นฉบับ เว็บไซต์ของคุณจะถูกลงโทษ

URL hijacking และ typosquatting ซึ่งหมายถึงการจงใจใช้ URL และการพิมพ์หรือสะกดผิด แม้ว่าการพิมพ์ผิดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่ Google ขณะนี้สามารถตรวจพบได้เมื่อการพิมพ์ผิดนั้นไม่ใช่ข้อผิดพลาดที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ เมื่อเว็บมาสเตอร์ใช้ URL และสร้างเว็บไซต์โดยใช้คำที่สะกดผิด ตัวอย่างเช่น การสร้างโดเมนที่เป็นลอกเลียนจากแบรนด์ โดยเจตนาให้คนเข้าใจผิดจะทำให้คุณได้รับการลงโทษโดย Google ทันที ยิ่งไปกว่านั้นคุณสามารถถูกฟ้องโดยแบรนด์หรือ บริษัท ตัวจริงได้อย่างง่ายดาย

การทำ รีไดเร็คจากโดเมนที่หมดอายุ การใช้ 301 redirect ทำงานได้ดีในช่วงต้นปี 2000 และน่าแปลกใจที่มีผู้ดูแลเว็บบางรายที่ยังคงทำอยู่ การใช้ประโยชน์จากโดเมนที่หมดอายุจะถูกลงโทษโดย Google และเครื่องมือค้นหาอื่น ๆ ที่ร้ายแรง

การสร้างเนื้อหาอัติโนมัติ การเขียนบทความลงในเว็บไซต์เป็นเรื่องยากและบางครั้งก็น่าเบื่อหน่าย จึงมีผู้ผลิตโปรแกรมขึ้นมาเพื่อสร้างเนื้อหาแบบอัติโนมัติให้กับเจ้าของเว็บไซต์ แน่นอนว่ามันทำให้เว็บไซต์มีบทความหรือคอนเทนท์ได้มากมาย แต่คุณน่าจะรู้ดีว่าเนื้อหาที่ดึงมานั้นมาจากเว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งเป็น Duplicate content ที่ไม่ได้เป็นผลดีกับเว็บไซต์ และแม้โปรแกรมเหล่านั้นจะมีฟังก์ชั่นเพื่อหลบหนีการทำเนื้อหาซ้ำซ้อนโดยใช้การรีไรท์ (Rewrite) คุณภาพของบทความที่ออกมานั้นในปัจจุบันยังไม่มีโปรแกรมใดทำออกมาได้ดีจนเป็นที่พอใจของ Google และ Google จะรู้ว่าถึงเว็บไซต์ของคุณจะไม่ได้ใช้เนื้อหาซ้ำแต่ก็เป็นบทความขยะที่มีผลร้ายแรงไม่แพ้กัน