หลักพื้นฐานในการทำ SEO เบื้องต้นมีอะไรบ้าง?

หลักพื้นฐานในการทำ SEO เบื้องต้นมีอะไรบ้าง?

สำหรับการทำ SEO ในเบื้องต้นนั้น เราควรเริ่มต้นศึกษารายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับ SEO ให้ดีเสียก่อน เพื่อที่คุณจะได้เข้าใจถึงกระบวนการทำ SEO โดยรวม แล้วจึงค่อย ๆ เริ่มต้นศึกษาหลักในการทำ SEO ไปทีละสเต็ป ๆ แบบเจาะลึกอีกที เพราะการทำ SEO จำเป็นจะต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจของแต่ละคนเป็นหลัก ส่งผลทำให้การทำ SEO ของเทพ SEO แต่ละท่านไม่เหมือนกัน เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์ เทคนิค พร้อมทั้งการวิเคราะห์และการสังเกตการณ์ของแต่ละคนโดยตรงนั่นเอง ส่วนถ้าหากใครอยากจะศึกษาหรือเรียนรู้ด้วยตนเองก็ยังคงสามารถทำได้ เพื่อที่จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับธุรกิจของคุณได้ในอนาคต โดยลำดับแรก ๆ ที่คุณจะต้องเรียนรู้ นั่นก็คือ พื้นฐานผ่านการทำ SEO

On page และ off page

On page คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ของเราเพื่อที่จะทำให้ bot ของทาง google นั้นได้เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคีย์เวิร์ด หรือแม้กระทั่งการใส่ meta tag ซึ่งจริง ๆ แล้วการปรับ on page ให้เป็นที่ชื่นชอบของ google จำเป็นจะต้องอาศัยข้อมูลที่หลากหลายเป็นสำคัญ เพื่อบ่งบอกว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพดีจริง นั่นเอง

ส่วน off page เปรียบเสมือนเป็นการส่ง link ที่มาจากเว็บไซต์ภายนอกโดยตรง ซึ่ง bot ของ google จะทำการติดตาม link เหล่านี้ ซึ่งถ้าหากไม่มีลิงค์ที่ส่งตรงมายังเว็บไซต์ของเราแล้ว bot ก็จะไม่ค้นพบเว็บไซต์ของเรา สุดท้ายก็มีผลทำให้เกิด index ช้าได้ในที่สุด

Backlink

การทำ backlink จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับการทำ off page แต่การทำ backlink คือการทำให้ลิงค์จากเว็บไซต์อื่น ๆ ที่มีคุณภาพ ได้ส่งตรงมายังเว็บไซต์ของเราโดยตรง ซึ่งเราจะสามารถหวังพึ่งผลทาง SEO ได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มี ranking สูงกว่าเป็นหลัก มักจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีเสมอ

การทำ content

ในส่วนของเนื้อหาถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากทางด้าน google ได้ตรวจค้นพบว่าบทความภายในเว็บไซต์ของเรา เป็นบทความที่ก็อปปี้คนอื่นเขามา google จะพิจารณาให้เว็บไซต์ของเราไม่ index ในที่สุด

Keyword

รายละเอียดส่วนใหญ่จะแอบแฝงอยู่ใน content เนื่องจากผู้เข้าชมมักจะใช้คีย์เวิร์ดเพื่อทำการค้นหา เพราะฉะนั้นแล้วคีย์เวิร์ดจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน

ทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานผ่านการทำ SEO ซึ่งในกรณีที่เราได้เน้นย้ำไปกับการทำ SEO พื้นฐานทั้งหมดนี้อย่างครบถ้วน และได้มีการศึกษาและทำ SEO แบบเจาะลึกทีละเรื่อง เพื่อให้การทำ SEO ของเรามีลักษณะที่ครอบคลุมและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม ย่อมส่งผลดีต่อเว็บไซต์ของเราเป็นที่แน่นอน

ขั้นตอนการตรวจเช็คเว็บไซต์ ว่าอยู่ในฐานข้อมูลของ google หรือไม่ ?

สำหรับในเรื่องของการตรวจเช็คเว็บไซต์ของคุณนั้น ว่าในปัจจุบันได้อยู่ในฐานข้อมูลของ google หรือไม่? ถือได้ว่าเป็นการตรวจสอบที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะถ้าหากคุณพลาดและทาง google เองก็ยังคงไม่สามารถนำเว็บไซต์ของคุณ มาทำการจัดอันดับและทำการแสดงผลในการค้นหาได้นั้น ย่อมส่งผลเสียต่อเว็บไซต์ของคุณอย่างแน่นอน เพราะถ้าหากเว็บไซต์ของคุณไม่ได้เข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลของ google ต่อให้คุณพยายามทำ SEO มากขนาดไหน อันดับเว็บไซต์ของคุณก็คงจะไม่ดีขึ้นไปจากเดิม การพัฒนาพร้อมทั้งการตรวจสอบเว็บไซต์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ อย่างน้อยก็ทำให้คุณได้รับรู้ถึงสถานะเว็บไซต์ของคุณเองในปัจจุบัน ว่าอยู่ในขั้นตอนไหน ต้องปรับปรุงเรื่องใดบ้าง และที่สำคัญคุณจะได้ทราบอีกว่า เว็บไซต์ของคุณหากได้ทำการเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันแล้ว คุณมีสิทธิ์ที่จะได้เปรียบคู่แข่งมากน้อยขนาดไหน นั่นเอง ส่วนวิธีการตรวจเช็คเว็บไซต์ว่าอยู่ในฐานของข้อมูล google หรือไม่ มีขั้นตอนดังนี้

วิธีเช็คเว็บไซต์ผ่านหน้า Search

ขั้นตอนแรก : ให้คุณเริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่ google หลังจากนั้นให้พิมพ์คำว่า site:youdomain.com ภายในช่องคำค้นหา ซึ่งคุณจะได้ผลการค้นหาออกมาเป็น URL

ขั้นตอนที่สอง : เมื่อคุณได้ URL สำหรับคำที่คุณได้พิมพ์ค้นหาก่อนหน้านี้แล้ว ถือได้ว่าเป็น URL ของเว็บไซต์ของคุณที่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูล google หลังจากนี้คุณจะสามารถทำการระบุ URL ที่คุณต้องการค้นหาได้ทันที และถ้าหากเว็บไซต์ของคุณนั้น ไม่ปรากฏอยู่บนฐานข้อมูลของ google คุณสามารถแก้ไขได้ผ่านการใช้เครื่องมือ Google Webmaster Tool หรือ GWT ดังนี้

วิธีแก้ไขเมื่อพบว่า เว็บไซต์ของคุณไม่ได้อยู่บนฐานข้อมูลของ google

ให้ไปที่เว็บไซต์โดยพิมพ์คำว่า https://www.google.com/webmasters/tools/submit-url
สำหรับ GWT มักจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับอีเมล์ เพราะฉะนั้นแล้วคุณจะต้องทำการล็อกอินเข้าไปเท่านั้น ส่วนยูเซอร์เนมและพาสเวิร์ดที่จะต้องใช้เข้า คุณสามารถใช้จีเมล์แอคเค้าท์ของคุณได้ทันที
เมื่อได้ทำการล็อคอินเข้าไปแล้ว สิ่งที่คุณเห็นต่อจากนี้ก็คือหน้าเว็บไซต์ ให้คุณทำการใส่ URL เว็บไซต์คุณลงไป และให้กด Submit Request
เมื่อถึงขั้นตอนนี้ให้คุณรอ 30 นาที ก็จะมีอีเมล์จาก google search console ส่งหาคุณทางจีเมล์ โดยจะมีการแจ้งว่าในขณะนี้นั้น ทาง google ได้ทำการเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของคุณแล้ว

และทั้งหมดนี้ก็คือขั้นตอนการเช็คเว็บไซต์ของคุณว่าอยู่ในฐานข้อมูลของ google หรือไม่ ตลอดจนกระทั่งเป็นวิธีการแก้ไขเมื่อค้นพบว่า ในขณะนั้นเว็บไซต์ของคุณไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของ google เมื่อคุณได้ทำตามขั้นตอนอย่างครบถ้วน หลังจากนี้เว็บไซต์ของคุณจะอยู่ในฐานข้อมูลของ google อย่างชัดเจน

ทำ SEO แบบไหน ถึงติดอันดับได้ใน Google

ตลาดเอสอีโอ ทำเงินได้จริงไหม

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Google เข้ามามีบทบาทในการค้นหาเว็บไซต์ และข้อมูลต่างๆ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าอยากจะค้นหาอะไร สิ่งแรกที่นึกถึงก็ต้องเป็น Search engine ของ Google นี่แหละ คืออันดับหนึ่ง และก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า หากเว็บไซต์หรือชื่อธุรกิจของเรา ขึ้นไปยังอันดับต้นๆ ของการค้นหาของ Google แล้ว ถือได้ว่าเราได้ประสบความสำเร็จไปแล้วอีกขั้นหนึ่งนั่นเอง ซึ่งกว่าจะไปถึงตรงอันดับต้นๆ ได้ ก็ต้องพึ่ง SEO เป็นตัวช่วยนั่นเอง SEO นั้นมีเทคนิคอย่างไร แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง คีย์เวิร์ดที่ดี ต้องทำการวิจัย การเลือกคีย์เวิร์ดนั้น สำคัญต่อการทำ SEO มาก เพราะจะเป็นส่วนที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้เป็นอย่างแรก ซึ่งการที่จะเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม มีขั้นตอนการหาอยู่ 2 แบบ

  • ค้นหาคีย์เวิร์ดจากเครื่องมือของ Google Search ว่าคำที่เราต้องการ มีผู้ค้นหาคำใดมากที่สุด แล้วเลือกนำคำเหล่านั้นมาทำการเลือกสรร ให้เข้ากับเว็บเราอีกครั้ง
  • ค้นหาคำที่คนในกลุ่มเป้าหมายของเราค้นหา จากเครื่องมือ Trend คุณจะได้เห็นว่า ตอนนี้กลุ่มเป้าหมายของคุณค้นหาคำอะไรมากที่สุด แล้วมีความสนใจในด้านใด จากนั้นก็นำมาปรับทำเป็นคีย์เวิร์ดให้กับเว็บคุณ

เทคนิคการทำเว็บไซต์ต้องมีการพัฒนา

การทำ SEO นั้น ผู้พัฒนาเว็บไซต์ ต้องมองเว็บไซต์เป็นรูปแบบ Code หรือ Text ตามแบบที่ Bot ของ Google มองเพราะเมื่อ Google ส่ง Bot เข้ามาตรวจเว็บเรา เขาไม่ได้ใช้คนในการสำรวจ ไม่ได้ดูว่าเว็บเราตกแต่งสวยแค่ไหน แต่ดูว่าเว็บของเรานั้น มี Code อะไรผิดปกติหรือเปล่า มีลิงค์อะไรที่เป็นอันตรายหรือเปล่ามากกว่า จากนั้น Bot ของ Google ก็จะไปอ่านค่าคีย์เวิร์ด SEO จากหัวข้อ จาก URL จากการตั้ง ALT ของรูปภาพแทน เพราะฉะนั้น หากเราไม่ได้ทำการตั้งค่าสิ่งเหล่านี้ในขั้นตอนการพัฒนาเว็บไซต์ ก็อาจจะทำให้ Google ไม่สามารถดึงข้อมูลเว็บเราไปแสดงได้อย่างที่เราตั้งใจ

เว็บไซต์ใช้งานง่าย ใครๆ ก็ชอบ

หากเราทำ Content SEO มาดีมากแล้ว ทำเว็บพัฒนาให้สวยสุดๆ แต่พอเข้าไปในเว็บแล้ว เข้าใจยาก หาทางไปต่อยาก ก็ทำให้ผู้ใช้งานสับสนได้ เพราะหากมองในมุมของคนใช้งาน อาจจะไม่มีความเข้าใจในด้าน SEO แบบนักพัฒนาเว็บทำ ดังนั้นควรทำเว็บที่สามารถเข้าใจง่าย ใช้งานง่าย เพื่อเพิ่มกลุ่มคนเข้าใช้ให้มากขึ้น ก็จะสามารถเรียกอันดับจาก Google ได้นั่นเอง

Content มีคุณภาพใครๆ ก็ชอบ

Content ที่ดี ช่วยเรียกคนเข้ามาอ่านในเว็บเราได้ และ Bot ของ Google เองก็ชอบ Content SEO ที่มีคุณภาพเช่นกัน ยิ่งถ้าเป็นบทความใหม่ๆ มีคุณภาพด้วยแล้วล่ะก็ ลิงค์ของคุณจะมีคุณภาพขึ้นมาทันที และคะแนนของเว็บไซต์คุณก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างแน่นอน หัวข้อที่เรายกมาแนะนำ ถือว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการทำ SEO เท่านั้น ผู้พัฒนาเว็บไซต์ควรติดตามความเคลื่อนไหวของวงการ SEO เพิ่มเติม เพื่อช่วยในการทำเว็บไซต์ของเราติดอันดับต้นๆ ของ Google ได้ยาวนานขึ้นอย่างมีคุณภาพ และยั่งยืน

การยึดหลายหลักการ อาจทำให้ฟุ้งซ่านได้

ฟุ้งซ่าน

มันไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว ที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับหนึ่งของผลการค้นหาในทุกๆคีย์เวิร์ด ทุกๆ Website ที่เราทำ สาเหตุก็เพราะว่ามันมีหลายปัจจัยมาใช้ในการคำนวณ ถูกมาเป็นตัวประกอบและมีการเปลี่ยนแปลงความสำคัญในแต่ละ่าอยู่ตลอดเวลาตามพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งทางเสิร์ชเอนจิ้นเองจะเป็นผู้กำหนดค่าคะแนนเหล่านี้ ผู้ใช้หรือคนทำเว็บอย่างเราใช้ไม่มีทางรู้ได้ว่าปัจจัยอะไรมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

ทำให้นักทำ seo หลายคนที่มีความคิดระดับลึกจนเกินไป มักจะชอบยึดติดในแนวทางหลายหลักการเอามารวมกัน เพื่อที่จะใช้ในการทำเอสอีโอ ในการกระทำแบบนั้นมันคงจะไม่ดีนักเพราะเราจะวัดผลวิธีใดวิธีหนึ่งไม่ได้ และรับรองได้ว่าเว็บไซต์ทุกเว็บที่ใช้วิธีการเดียวกัน จากการยึดหลายหลักการเหล่านั้น จะไม่ได้ขึ้นอันดับหนึ่งเหมือนกันทั้งหมด มันจะเป็นบางเว็บที่ขึ้น บางเว็บไม่ขึ้น หรืออาจจะขึ้นแต่อันดับไม่ได้อยู่ติดติดกัน ไม่ได้ดีเท่ากัน มันเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงอันกอริทึมที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

งานเยอะพาปวดหัว

น้องใหม่ควรโฟกัสทีละวิธีการ

ในทุกวันนี้อยากจะแนะนำสำหรับมือใหม่ให้เข้าใจว่า เบื้องต้นเราควรจะยึดเพียงหลักการใดหลักการหนึ่งที่เราทดลองแล้วมันได้ผลจริง เราอาจจะเรียนรู้จากหนังสือ SEO หรือคอร์สออนไลน์ต่างๆที่สอนการทำอันดับเว็บ แล้วนำมาทดสอบดูในวิธีการที่เราเห็นตรงกันกับสิ่งที่เราได้เรียนรู้ หากว่าทดสอบแล้วเว็บอันดับดีขึ้น ให้ลองยึดติดหลักการนั้นมันไปก่อนซักอันนึง แล้วลองหาวิธีการอื่นๆมาทดสอบร่วมเพื่อหาปัจจัยสำคัญอื่นๆมาช่วยเพิ่มคะแนนในการค้นหา

มันคงจะดีกว่าที่เอาทุกวิธีมารวมยำไว้ในเว็บไซต์เดียว ทั้งการสแปม ทั้งการทำลิ้งคุณภาพ ทั้งการทำเนื้อหาซ้ำ รวมถึงการเขียนเนื้อหาสดใหม่ รับรองว่าสุดท้ายเว็บคุณจะต้องเละแล้วต้องมานั่งทำเว็บใหม่ ถ้ายิ่งทำกลุ่มตลาดเว็บทีเด็ดบอลจากเซียนหรือพวกหนังแล้วคงไม่เห็นอันดับแน่ คงไม่มีใครอยากเหนื่อยแบบนี้ ถ้าจะให้ดีคัดกรองวิธีแล้วค่อยค่อยทดสอบไปทีละวิธีการดีกว่า

กฎของการทดลองเอง ได้คำตอบดีกว่ามาเรียนรู้จากทฤษฏี

อย่าพึ่งปักใจเชื่อ

ในแง่ของศาสตร์ศิลปะการทำ SEO นั้น เราต้องเข้าใจว่าส่วนใหญ่ผู้สอนก็จะใช้จิตวิทยาหรือความเป็นไปได้นำมาสอนผู้เรียน เป็นเพราะแต่ละเว็บเสิร์จเอ็นจิ้นไม่ได้มาบอกข้อมูลความลับต่างๆเกี่ยวกับปัจจัยในการจัดอันดับเว็บไซต์ของแต่ละผู้ให้บริการ เมื่อเป็นแบบนี้จึงทำให้นักสอนเอสอีโอหลายคนมีความคิดมโนกันเยอะซึ่งจะแบ่งได้สองกลุ่มหลักๆ

กลุ่มแรกนั่นก็คือคนที่เสาะหาความรู้จากเว็บไซต์ต่างประเทศหรือในประเทศบ้านเราก็ตามแล้วเอามาประมวลผลในความคิดของตัวเอง โดยใช้มุมมองส่วนตัวว่าอะไรที่มันตรงกับความคิดของเรามากที่สุด เมื่ออันไหนตรงก็เก็บไว้ อันไหนขัดแย้งแต่ความคิดก็ตัดทิ้งไป แล้วนำสิ่งที่เห็นตรงมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับผู้เรียนเอสอีโอทั้งๆที่ตัวผู้สอนก็ยังไม่ได้ลองทำเลยแม้แต่เว็บเดียว แบบนี้เค้าเรียกว่าการเรียนรู้และเอาความรู้ที่ได้มาบอกต่อโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่นำมาสอนต่อนั้นมันได้ผลในด้านดีหรือด้านลบกันแน่

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มที่มีการทดลองจริง มีการเก็บสถิติจริง มีการเรียนรู้จากประสบการณ์โดยตรง หากเว็บอันดับร่วงก็หาวิธีแก้ เมื่อเว็บอันดับดีมากก็ต้องหาให้ได้ว่าดีเพราะอะไร สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นเฉพาะคนที่มีการทดสอบด้วยตัวเองเท่านั้น และเพื่อให้เราสามารถตอบคำถามที่ค้างคาใจเราได้ว่าวิธีการไหนถึงทำอันดับได้ดีที่สุด มันก็ต้องอยู่ในเรื่องของกฎการทดลองด้วยตัวเอง

เพราะต่อให้คนที่เค้าทำเองแล้วได้ผลมาสอนเรานั้น เราก็ต้องรู้จักเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะเราไม่สามารถพิสูจน์จากคำพูดของผู้สอนคนนั้นแต่ว่าเค้าทำจริงมาหรือไม่ บอกแค่บางข้อหรือปล่าว เพื่อให้ดี เรียนรู้แล้วรับฟังมา สุดท้ายนำมาปฏิบัติทดลอง แล้วคำตอบเกี่ยวกับการเรียนรู้เอสอีโออย่างถูกต้องเราจะสามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ตัวของเราเองจากผลการทดสอบ Website ที่เราลงมือทำเอง

อยากทำให้เว็บติดหน้าแรก ต้องหัดเป็นคนสายเผือก !!

แลกความรู้

อ่านแนวทางเครียดๆกันมาแล้วมาดูอะไรที่ผ่อนคลายกันบ้างเพราะเรื่องของเว็บไซด์และ SEO ถือเป็นอะไรที่ใช้ความคิดและมีความเครียด วันนี้เราอยากให้คุณผ่อนคลายกับแนวทางการทำ SEO แบบสบายๆ และที่เราแนะนำตามหัวข้อก็หมายความแบบนั้นจริงๆคือ หากคุณไม่รู้จักแนวทางด้านนี้หรือเป็นมือใหม่เราอยากบอกว่าหากคุณ อยากทำ SEO ให้เป็นต้องหัดเป็นคนสายเผือก !!

ทำไมต้องสายเผือก !! การที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ SEO หรือรู้แล้วแต่ทำไม่สำเร็จอันดับไม่ดี การไปส่องเว็บคนอื่น หรือดูเว็บที่เขามีอันดับดีๆ ไปหาความรู้จากแหล่งต่างๆ มันก็เหมือนกับการเผือกเรื่องชาวบ้านดังนั้นคนทำ SEO ต้องมีความเผือกอยู่ในตัวและเผือกในเรื่องที่ดี เช่น ไปดูว่าเขาทำแบบไหนทำไมเว็บเขาถึงติดอันดับ วิเคราะห์เว็บเขาให้ออกว่ามีอะไรที่เราไม่มี ดูว่าเขาใช้แนวทางไหน ค่อยๆเผือกค่อยๆเจาะลึก และยิ่งการไปสิงสถิตตามบอร์ดแนวทางด้านนี้การเผือกแบบมีศิลปะมันสำคัญการจะหาความรู้หรือขอความรู้จากคนเก่งๆ บางทีพูดไปตรงๆเข้าก็ไม่บอกหรือบอกอ้อมๆ เราก็ต้องรู้จักการถามให้ได้คำตอบหรือดูจากคำถามคำตอบคนอื่นๆ ที่เขาโพสๆกันไว้แล้วแกะแนวทางนั้นมาใช้

ความเผือกในเรื่องที่ไม่รู้เป็นสิ่งที่ควรทำแต่ต้องเป็นเรื่องที่ดีนะ เหมือนกับการทำ SEO นี่ล่ะเราต้องดูจุดแข็งเว็บอื่นๆว่าเขามีดีกว่าเราตรงไหน เราด้อยตรงไหนแล้วปรับให้ได้แบบเขา ค่อยๆเรียนรู้ๆ ค่อยๆหาข้อมูลมันจะทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้นและต้องลองทำเพราะการลองทำจะทำให้เราเข้าใจมากกว่าการอ่าน ดังนั้นคนทำต้องเป็นสายเผือกทั้งความคิดและการกระทำ หลายคนอาจจะงงมันเกี่ยวกันไหม หากคุณได้ลองสัมผัสกับเรื่องราวการทำอันดับเว็บ แล้วคุณจะรู้ว่าความเผือกคือบ่อเกิดแห่งแนวทางจริงๆ เพราะอะไรที่เราไม่รู้เราก็ต้องไปเผือกมาให้รู้และเอามาใช้งานกับแนวทางของเรา และวงการนี้เซียนเยอะ เซียนซุ่ม เซียนเปิดเผย มีหมดแถมมีบลัฟกันเอง บอกเลยว่ามันส์ไม่แพ้วงการบันเทิง ใครทำอะไรแบบไหนรู้กันหมด ฉะนั้นการเผือกในวงการนี้หากหลุดเข้าไปในสังคมของคนทำ SEO ล่ะก็ต้องนิ่งๆเนียนๆเผือกเงียบทำตัวโง่ๆ จะหาความรู้ได้เยอะมากเพราะจะมีพวกรู้จริงมาให้คำแนะนำ และพวกอวดมาให้ความรู้แบบแปลไทยเป็นไทยอีกที บอกเลยว่าสนุก หากเบื่ออะไรที่เครียดๆในการทำนั้น ลองทำตัวเป็นชาวเผือกแบบที่เราแนะนำกันดูรับรองว่าจะหายเครียดกับการหาทางไต่อันดับ SEO กันเลยทีเดียว

เผือกหาข้อมูลความรู้

ทำเฉพาะแบคลิ้งค์ที่ดี เลี่ยงแบคลิ้งค์ที่แย่

HQ BL

เมื่อเราลองศึกษาเรื่องของการทำ SEO มาถึงระดับหนึ่ง ก็จะพบว่าปัจจัยหลักสำคัญอย่างหนึ่งในการที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราสามารถไต่ขึ้นไปยังหน้าแรกของผลการค้นหา และเราสามารถทำได้ด้วยตัวเราเอง นั้นก็คือการทำแบคลิงค์จากเว็บไซต์อื่นๆเข้ามาอย่างเว็บไซต์ของเรานั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ให้เรามองคร่าวๆว่าหากเว็บไซต์เปิดตัวใหม่ อะไรล่ะที่จะเป็นตัวบ่งบอก Google ว่าเว็บไซต์นี้กำลังที่จะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

สมัยก่อน เรายังไม่มีเรื่องของโซเชียลมาช่วยในการแชร์เว็บ การที่ระบบ Google จะสามารถตรวจจับได้นั่นก็คือการที่หลายเว็บไซต์มีการโยงลิงค์มาหาเว็บไซต์ของเรา มันเปรียบเทียบเหมือนกับว่าเรากำลังได้รับความนิยมจากเว็บไซต์โดยรวมหรือก็คือตลาดโดยรวมในโลกออนไลน์ แต่ปัจจุบันมีโซเชียลขึ้นมารวมอยู่ด้วย ดังนั้น เว็บไซต์ไหนที่มีการแชร์ในโซเชียลเยอะๆก็จะได้ผลลัพธ์ดีขึ้นไปด้วยเช่นกัน แต่เรื่องของแบคลิ้งค์จากเว็บทั่วไปก็ยังขาดไม่ได้เหมือนเดิม มันยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยชี้วัดว่าเว็บไซต์ไหนได้รับความนิยม และเว็บไซต์ไหนไม่ได้รับความนิยม

โครงสร้าง Backlinks

อันดับดี ไม่ได้วัดที่ปริมาณจำนวน Backlinks

เมื่อเราอ่านจนเข้าใจแล้ว หลายคนก็จะพยายามรีบหาแหล่งทำแบคลิ้งค์ฟรี พยามสแปมเข้าไปเรื่อยๆเพื่อให้เว็บไซต์ของเรามี Backlinks จำนวนมาก เพื่อให้ระบบเสิร์จเอนจิ้นจับว่าเว็บไซต์ของเรากำลังได้รับความนิยมจากหลายเว็บไซต์ในโลกออนไลน์ การทำแบบนี้ถือว่าผิดถนัด เพราะปัจจุบัน Google ฉลาดมากพอที่จะให้อัลกอริทึ่มเองตรวจจับข้อมูลว่า แบคลิ้งค์ของเรานั้นมันมาจากเว็บที่มีคุณภาพหรือไร้คุณภาพ

หากเรามีการทำในแบคลิ้งค์จากเว็บฟรีต่างๆ เว็บเหล่านี้ก็จะมีลิ้งค์ออกจำนวนมาก เพราะอย่าลืมว่ายังมีนักทำ SEO คนอื่นที่เข้าไปทำลิ้งด้วยในเว็บเดียวกับเรา ก็จะส่งผลกระทบว่าแหล่ง Backlinks ที่เข้าไปสร้างลิ้งค์มานั้น ไม่ได้ถือว่าเป็นแหล่งแบคลิ้งค์คุณภาพมากพอที่จะช่วยดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับหน้าแรกได้ ดังนั้นเราจึงควรคัดกรองคุณภาพของลิ้งค์มาเป็นหลักก่อน แล้วค่อยตามด้วยจำนวนของลิ้งค์ คะแนน SEO ไม่ได้มาจากลิ้งจำนวนมาก แต่มาจากลิ้งคุณภาพต่างหาก

อย่าพยายามทำเยอะจนเป็น 10,000 แบคลิ้งที่มาจากเว็บคุณภาพต่ำ เพราะเวลาแก้ไขนั้นค่อนข้างลำบาก อาจจะต้องลบโดเมนทิ้งทำเว็บใหม่เลยด้วยซ้ำไป การจะมานั่งเช็คลิ้งค์แย่จาก Search Console และทำการ Disallow Links จนหมดนั้นเป็นไปได้ยากมากถ้าเรามีปริมาณแบคลิงค์มาจากหลาย 1,000 หลาย 10,000 โดเมน ถ้าหากว่าเราทำเว็บกีฬาฟุตบอล ผลบอลสด หากเว็บไซต์ของเรามีลิงค์เชื่อมโยงมาจากเว็บฟุตบอลคุณภาพขนาดใหญ่ มันย่อมส่งผลดีกว่าการไปสร้างลิงค์จากหลายๆโดเมนในปริมาณมหาศาล เมื่อเราทราบเช่นนี้แล้วต่อจากนี้ไปก็ควรจะเลือกเฉพาะเว็บไซต์ที่มีคุณภาพแล้วสามารถให้เราเข้าไปทำลิ้งค์ย้อนกลับมาได้ รับรองว่าจะเห็นอันดับของเว็บไซต์ของเราดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน

PR ไม่โชว์แล้ว เข้าใจตรงกันนะ !

Google PR

ตัวผู้เขียนเองได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน้าใหม่ของวงการ SEO อยู่อย่างสม่ำเสมอ ในวงการนี้ของบ้านเรานั้น จะมีคนใหม่ที่สนใจการทำเอสอีโอเข้ามาอยู่เรื่อยและจำนวนมากด้วยสิ แต่ปัญหาของบ้านเราก็คือไม่ค่อยจะมีคนสอนเอสอีโอ หรือถ้ามี ส่วนใหญ่ก็หวังผลเงินจากค่าสอนมากกว่าให้ผู้เรียนเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้จริง ส่วนมากจะเป็นการสอนแบบซ้ำๆในวิธีเดิมๆที่ปัจจุบันอาจใช้ไม่ได้ และในบางคนก็ยังสอนโดยยึดติดกับค่า “PR” อยู่เลย ทั้งที่ปัจจุบันมันไม่สามารถดูข้อมูลได้แล้ว

ค่า PR คืออะไร ?

สำหรับคนใหม่ เชื่อว่าต้องคาใจว่าพีอาร์มันคืออะไร มันหมายถึงสาวเชียร์เบียร์หรือเปล่า…? มันคงไม่ใช่อยู่แล้วเพราะว่านี่คือคำศัพท์ทางเทคนิคเฉพาะของวงการ SEO สำหรับ PR ย่อมาจากคำว่า “Page Rank” มันคืออำนาจของหน้าเว็บเพจใด เว็บเพจหนึ่ง ค่าคะแนนนี้พีอาร์หรือ Page Rank ถูกจัดคำนวณมาจาก Google โดยตรง โดยจะมีคะแนนอยู่ที่ 0 ถึง 10 สำหรับคะแนนที่ 0 นั้นก็คือจะเป็นคุณภาพของโดเมนโดยทั่วไป อาจจะเป็นโดเมนสร้างขึ้นมาใหม่หรือยังไม่ได้รับพลังอะไรก็ตามที่มีผลต่อการทำ SEO มากมายนัก ทำให้เว็บไซต์เหล่านั้นไม่ได้มีความน่าสนใจในสายตาของ Google หรือบางทีหากว่ายังไม่ถูกจัดคะแนนก็จะมีค่าแสดงเป็น N/A แทน

ส่วนเว็บไหนที่มีอำนาจสูงหรือมีความนิยม ถือว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีอิทธิพลในกลุ่มของโลกออนไลน์ อาทิเช่น Google หรือ Facebook เว็บเหล่านี้จะมีค่า PR ค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันน่าเสียดายที่ค่านี้มันถูกซ่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “คำว่าซ่อนไม่ได้หมายความว่ามันไม่ถูกนำมาใช้ในการคำนวณอันดับ” เพียงแต่ว่าตั้งแต่ CEL คนปัจจุบันขึ้นมา ได้มีการซ่อนคะแนนนี้ไว้ เพราะต้องการไม่ให้นักทำ SEO นั้นพยายามไปประมูลโดเมนที่มีค่าพีอาร์สูงมาเพื่อใช้ในการดันอันดับเว็บไซต์ของตัวเองนั่นเอง

Google PageRank

สกอร์อื่น เอามาใช้แทนได้ตั้งมากมาย

ถึงแม้มันจะถูกซ่อนไปโดยไม่แสดงผลให้กลับมาทำ SEO ได้นำมาใช้เป็นตัวประกอบในการวิเคราะห์ไปเรียบร้อยแล้ว เราก็ยังมีการวิเคราะห์จากค่าสกอร์ส่วนอื่นอีกมากมาย ทั้ง TF CF จาก Majestic อายุของโดเมน และแหล่งแบคลิงค์ที่มีเข้ามาในโดเมนเหล่านั้นในกรณีที่เราต้องการประมูลโดเมนมาใช้เป็น Money Site ในการทำอันดับด้วยตัวมันเอง หากเรามีความเข้าใจในการทำเอสอีโออย่างถ่องแท้ การที่จะถูกปิดกั้นเพียงค่าใดข้างหนึ่ง มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเรา ค่อยค่อยศึกษาไปก็จะพบคำตอบว่าการทำ SEO มันมีตรงไหนที่เราจะต้องใส่ใจบ้าง

“SEO” อาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน

หัดทำ SEO

ในสมัยก่อน ถ้าย้อนไปซักประมาณเกือบ 50 ปีได้ เชื่อได้ว่าความนิยมของคนในยุคนั้นก็จะนิยมให้ลูกหลานพยายามตั้งใจเรียนให้เก่ง เพื่อจบมาจะได้รับราชการ ในสมัยนั้น การทำงานเป็นข้าราชการ ถือว่าเป็นงานที่หน้าทำเป็นอย่างมาก มีทั้งเรื่องของศักดิ์ศรี ความมั่นคง และอีกหลายหลายอย่าง โดยราชการจะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือระบบประเทศ เนื่องจากงานราชการเป็นงานในส่วนของภาครัฐ ทำให้มีคนที่พยายามจะถีบตัวเองให้สามารถถูกบรรจุในราชการให้ได้เยอะพอสมควร

ถัดมาในยุคก่อนที่จะมีอินเตอร์เน็ตเกิดขึ้น แต่เงินเดือนราชการเริ่มแสดงให้เห็นว่าไม่ค่อยมีความก้าวหน้าในอาชีพ ความนิยมของคนก็เริ่มหันมาทางให้ลูกหลานเรียนจบด็อกเตอร์ เป็นหมอ เป็นวิศวะกร เพื่อสามารถทำธุรกิจและมีรายได้สูง เป็นอีกกลุ่มอาชีพหนึ่งที่มีความน่าสนใจ แต่เมื่อปัจจุบันมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้อง ในยุคปัจจุบันนี้ อาชีพเกิดใหม่เยอะ มีความหลากหลายมากขึ้น เกิดผลเป็นอาชีพโปรแกรมเมอร์ อาชีพการทำการตลาดออนไลน์ อาชีพรับจ้างดูแลเว็บไซต์ รวมไปถึงอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจที่อยู่ในกลุ่มการตลาดออนไลน์ก็คือ “SEO” นั่นเอง

ลองทำ SEO

อาชีพนี้ ดีอย่างไร ?

ทำไมคนถึงสนใจเยอะขนาดนี้ และจะมีเยอะขึ้นทุกวัน งานหลักๆของการทำ SEO นั้นมันคือการใช้หลักความน่าจะเป็นที่เราจะต้องรู้จักฝึกความคิด ว่าการจะทำเว็บไซต์ออกมาในรูปแบบไหน รวมถึงเขียนเนื้อหาบทความอย่างไร ให้ถูกใจ Web Search Engine ที่เราต้องการจะทำอันดับเว็บให้ติดหน้าแรกของผลการค้นหา เพื่อหวังลูกค้าจากการค้นหาที่หน้าเว็บ Search Engine นั่นเอง ในปัจจุบัน Google ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก มีคนใช้งานมากที่สุดในโลก

จึงเป็นเครื่องการันตีว่า “SEO” นั้นหากเรามีความสามารถในการทำอันดับ รับรองได้ว่าไม่มีการตกงาน หรือแม้แต่ถ้าไม่มีใครจ้าง เราก็สามารถรวยได้จากการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของเราได้นั่นเอง นี่คือ 1 ช่องทางการตลาดออนไลน์ที่หลายคนพยายามฝึกตัวเอง เพื่อที่จะให้ก้าวมาถึงจุดคำว่า “เซียนเอสอีโอ” ให้ได้ และก็มีหลายบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่พยายามหานักทำ SEO เก่งๆมาร่วมทีม เพื่อที่จะเพิ่มยอดขายกับบริษัท

เริ่มต้นเรียนรู้ SEO ไปกับเรา

หากเราเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่อยากเก่งในด้าน SEO มีความสนใจในการตลาดออนไลน์ที่หวังผลจากผลการค้นหาที่หน้าเว็บ Search Engine คอยติดตามได้จากเว็บไซต์แห่งนี้ ของดีในเชิงความรู้ เรามีจัดกันมาเพียบ จากประสบการ์ผู้เขียนที่ทำวงการนี้มายาวนานเกือบ 10 ปี ทำให้เห็นว่าอันไหนคือสิ่งที่เราควรทำ และอะไรคือสิ่งที่เราไม่ควรทำ และในแต่ละช่วงเวลานั้น จะมีการขึ้นลงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำจัดอันดับแตกต่างกันไปเรื่อยๆ ดังนั้น เราจะขอเป็นผู้ชี้แนวทางให้ในเบื้องต้น เปรียบเหมือนเป็นประตูให้ผู้ที่สนใจได้เข้าสู่โลกกว้างของการทำ SEO ในเส้นทางที่ถูกต้องนั่นเอง ใครรู้ตัวว่า SEO คืออาชีพที่ตัวเองสนใจ มาติดตามกันได้ที่นี่