ชวนรู้จัก Google search Console 2019

ชวนรู้จัก Google search Console 2019

การทำเว็บไซต์ออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จในยุค 2019 จำเป็นต้องรู้จักเทคนิค การทำ SEO ที่เหมาะสม รวมถึงโปรแกรมที่สามารถช่วยให้วิเคราะห์ได้ว่าเว็บไซต์ของคุณมีจุดบกพร่องตรงไหน เพื่อการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น จะทำให้มีความสามารถในการแข่งขันกับธุรกิจออนไลน์เจ้าอื่นได้ดีขึ้นตามไปด้วย

Google search Console จัดเป็นเครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์ SEO ที่สำคัญที่ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยสามารถที่จะหาจุดบกพร่องและข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณแล้ว วิเคราะห์ออกมาเป็นตัวเลข กราฟและเปอร์เซ็นต์ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เพื่อนำไปใช้ในการทำงานได้จริง

หลังจากการติดตั้ง Google search Console แล้วสามารถที่จะกดปุ่ม start เพื่อเข้าสู่การใช้งาน Google search Console โดยสามารถเลือกโดเมนที่จะให้ระบบทำการวิเคราะห์ทั้งทางเว็บไซต์ หรืออาจจะเลือก URL Prefix เพื่อให้วิเคราะห์บางส่วนในโดเมนย่อยก็ได้

การใช้งานต่าง ๆ ใน Google search Console ที่ควรทราบ มีดังนี้

1. Performance

เป็นส่วนที่แสดงประสิทธิภาพการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ของเว็บไซต์ว่าสามารถสื่อสารได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากน้อยเพียงใด ย่อมสัมพันธ์กับยอดขายสินค้าและบริการในแต่ละวันด้วย ซึ่งจะมีรายละเอียดอื่นที่ช่วยขยายตลาดธุรกิจได้ เช่น ประเทศภูมิภาคของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ อัตราเฉลี่ยในการคลิกหรือ CTR (click through rate) ที่มีความหมายว่า เมื่อมีคนเห็นชื่อเว็บไซต์ของคุณจากการสืบค้นแล้วจะมีกี่คนที่คลิกเข้ามาชมข้อมูลในเว็บไซต์ ถ้าค่า CTR สูง ก็จะแสดงถึงโอกาสขายสินค้าได้มากขึ้นตามไปด้วย

2. URL Inspection

เป็นความสามารถใหม่ที่ Google ได้ทำขึ้น เพื่อที่จะแจ้งให้กับผู้พัฒนาเว็บไซต์ได้ทราบว่า ระบบ algorithm ของ Google ได้มีการเข้ามาเก็บข้อมูลเชิงเทคนิคครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ เพื่อที่จะได้ดูว่าผลจากการทำ SEO มีการอัปเดตมากน้อยเพียงใด ทั้งยังมีคำอธิบายที่ช่วยบอกข้อบกพร่องว่าเว็บไซต์คุณว่ามีจุดอ่อนตรงไหนอีกที่ควรจะปรับปรุง เพื่อให้อันดับ SEO สูงขึ้นได้ นับว่าเป็นส่วนที่มีประโยชน์มากในยุค 2019

3. Mobile usability

เป็นค่าตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่ามีผู้ใช้งานเว็บไซต์คุณผ่านระบบโทรศัพท์มือถือมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากมีการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือได้มาก ก็จะแสดงว่าเว็บไซต์ของคุณสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ใช้งานผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ติดตามตัวมากขึ้น นำไปสู่การวิเคราะห์ที่จะขยายแบรนด์ผ่านหน้าจอโทรศัพท์สู่คน GenY และ GenZ ได้มากขึ้น ทำให้เพิ่มโอกาสเติบโตให้แก่แบรนด์ธุรกิจของคุณในระยะยาว

จะเห็นได้ว่า Google search Console เป็นตัวช่วยที่สำคัญในการทำธุรกิจขายสินค้าและบริการออนไลน์ในเว็บไซต์ SEO ยุคใหม่ หวังว่า บทความนี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานให้ทุกท่านนำไปต่อยอด และปรับใช้กับการทำเว็บไซต์ออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นในระยะยาว

การใช้งานต่าง ๆ ใน Google search Console ที่ควรทราบ

เตือนภัย SEO แบบไหนเสี่ยงโดนแบน

เตือนภัย SEO แบบไหนเสี่ยงโดนแบน

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการพัฒนาเว็บไซต์ให้เข้าสู่มาตรฐานเดียวกัน โดยกำหนดเกณฑ์จากผู้ให้บริการ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google ทำให้ผู้สืบค้นได้รับความประทับใจในการหาข้อมูลที่รวดเร็วตรงใจผู้ประกอบการยุคใหม่จึงนิยมทำเว็บไซต์ออนไลน์ ตามระบบ SEO ทั้งทำด้วยการศึกษาเองและการจ้างผู้เชี่ยวชาญในบริษัทรับจ้างทำ SEO

แต่ทั้งนี้ ก็มีผู้ทำ SEO จำนวนไม่น้อยที่ใช้เทคนิควิธีลัด ที่ทำให้อันดับการสืบค้นสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็เสี่ยงต่อการถูกแบนเว็บไซต์จากระบบ Algorithm ที่ Search Engine ใช้ในการวิเคราะห์ด้วย จะมีวิธีใดบ้างที่ไม่ควรทำ เราได้รวบรวมไว้ที่นี่แล้ว

1. การทำ Backlink แบบไม่โปร่งใส เช่น การเปิดเว็บไซต์ เพจหรือบล็อกจำนวนมาก ๆ แล้วก็สร้างการเชื่อมโยงกันเอง หากระบบ AI ตรวจพบ ก็จะถูกแบนจากระบบทั้งหมด

2. การ Copy เนื้อหาจากเว็บไซต์อื่นมาใส่ในเว็บไซต์ของตัวเอง โดยที่ไม่ได้มีการอัพเดตใหม่หรือปรับปรุงเนื้อหาใด ๆ จึงทำให้ระบบตรวจสอบได้ว่าถูก Copy มาซึ่งเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ทางที่ดี ควรจะเลือก Keyword ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใช้ในการค้นหาข้อมูลของสินค้าและบริการที่คุณจำหน่าย แล้วก็สร้างบทความสาระใหม่ ๆ ข้อมูลอัปเดตด้วยตัวเอง

3. ลิงก์ที่เชื่อมโยงมีความเสียหาย โดยเฉพาะผู้ที่ทำเว็บไซต์รุ่นเก่ามานับสิบปี ควรจะเช็คว่า ลิงก์ ที่เคยทำไว้นั้นเชื่อมโยงได้จริงหรือไม่ หากขึ้นว่า Page Not Found หรือ Page Error ต้องแก้ไขโดยไว เพราะมีผลต่อความมั่นใจของผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกัน ระบบของ Search Engine ก็ยังตรวจเจอความผิดพลาดเหล่านี้ได้ ซึ่งจะทำให้ถูกประมวลผลออกมาว่าเป็นเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

4. Hosting ไม่มีคุณภาพ Hosting เปรียบได้กับผู้บริหารนัดตลาดนัด ที่คุณต้องเลือกให้ดีสำหรับการเช่าแผงขายสินค้า หากเลือก Hosting ที่มีบริการบริหารจัดการไม่ดี เช่น การดาวน์โหลดข้อมูลใช้เวลานาน Server ล่มบ่อย จะทำให้ลูกค้าของคุณและผู้ใช้บริการไม่ประทับใจ ส่งผลให้อาจไม่กลับมาใช้อีก จึงควรเลือก Hosting ที่มีโปรแกรมเมอร์ชำนาญสูงและใช้ Server ที่มีประสิทธิภาพพอเหมาะที่จะรองรับธุรกิจของคุณได้อย่างต่อเนื่อง

5. ใส่ Keyword มากเกินไป ในแต่ละเพจ ถ้าใช้จำนวนคำ Keyword และความถี่มากเกินไป ทำให้เป็นการยัดเยียดให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกรำคาญ ไม่เป็นที่ประทับใจแก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และยังทำให้ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นบทความคุณภาพต่ำหรือ Spam ด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ที่ไม่เหมาะสมทั้งในส่วนของเนื้อหาบทความและส่วนของโครงสร้างและระบบ Hosting ล้วนกระทบต่อการเสี่ยงโดนแบนจาก Server ได้ ผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ที่ทำ SEO ด้วยตัวเองหรือแม้แต่จ้างบริษัทเอกชนทำ SEO จึงควรใส่ใจทำ SEO ที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์

Search Engine ใช้ในการวิเคราะห์

SEO คืออะไร จำเป็นแค่ไหนสำหรับคนทำเว็บไซต์ 2019

SEO คืออะไร จำเป็นแค่ไหนสำหรับคนทำเว็บไซต์ 2019

สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ที่กำลังเข้าสู่วงการเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ อาจเคยได้ยินการแนะนำจากกูรูทางการตลาดให้ทำ SEO ซึ่งยังไม่มีความเข้าใจมากพอ ทำให้มีความสงสัยว่าการทำ SEO นั้นจำเป็นหรือไม่สำหรับธุรกิจของท่าน

เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่สำคัญเพื่อให้ทุกท่านที่กำลังเริ่มทำเว็บไซต์ออนไลน์ ได้เข้าใจ SEO มากขึ้น และตอบได้ด้วยตัวเองว่า SEO จำเป็นแค่ไหนสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจของท่าน ดังนี้

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการประชาสัมพันธ์การตลาดให้กับเว็บไซต์ของคุณ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้แค่ Search Engine และบริษัทโฆษณา เนื่องจากเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google กำหนด ในสองส่วนต่อไปนี้

1. On-Page SEO เป็นการทำให้เว็บไซต์ใช้ง่ายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้แก่

การจัดหมวดหมู่ของสินค้าให้ชัดเจน แยกออกจากโฆษณาแบนเนอร์

การใช้สี ธีม ตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้สร้างความจดจำและสบายตาในการอ่าน

ใช้ Keyword ที่ได้จากการวิจัย ว่าตรงกับการค้นหาของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น คุณขายปริ้นเตอร์ออนไลน์ก็ควรใช้ “ปริ้นเตอร์ ออนไลน์ + รุ่นยี่ห้อ” ให้ชัดเจน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาปริ้นเตอร์รุ่นดังกล่าวสืบค้นจากเว็บไซต์ของคุณได้โดยเร็ว

ทำบทความที่มีคุณภาพจากการใช้ Keyword SEO ที่เหมาะสม จะทำให้ผู้เข้ามาสืบค้นข้อมูลในเว็บไซต์ได้ทั้งความรู้และความประทับใจ ส่งผลทำให้อยากกลับเข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์ซ้ำอีก

SEO จำเป็นแค่ไหนสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจ

2. Off-Page SEO เป็นการเชื่อมโยง ลิงก์ ระหว่างเว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณกับเว็บไซต์ภายนอก เพื่อเพิ่ม Traffic ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต เข้ามาสู่เว็บไซต์ของคุณ

ตัวอย่างเช่น การที่คุณไปตอบคำถามให้ผู้ที่ต้องใช้งานปริ้นเตอร์ เช่น นักเรียนนักศึกษา หรือแม้แต่ฝ่ายจัดซื้อของบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ในเว็บไซต์ Pantip หรือในกลุ่ม Facebook เกี่ยวกับการเลือกปริ้นเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละแบบ ทั้งปริ้นเตอร์ Inkjet และแบบเลเซอร์

เมื่อมีผู้สนใจสินค้า คุณก็สามารถให้ URL Address ไว้ได้ จะเป็นช่องทางที่ทำให้ได้ฐานลูกค้าและเพิ่มอันดับ SEO ในการสืบค้นได้เป็นอย่างดี

การทำ SEO ทั้งสองส่วนอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ผลการประเมินคุณภาพเว็บไซต์จาก Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google สูงขึ้น และทำให้เมื่อมีผู้ใช้ Keyword ที่ตรงกับคุณกำหนด ในการค้นหาเว็บไซต์ ก็จะทำให้เว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณ ถูกปรากฏเป็นอันดับต้น ๆ ของหน้าต่างสืบค้นหน้าแรกอยู่เสมอ จึงทำให้มีโอกาสได้ขายสินค้ามากขึ้น

จากที่กล่าวมา แสดงว่า การทำ SEO เป็นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเว็บไซต์รุ่นใหม่ และต้องเริ่มทำเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้รองรับต่อการเติบโตทางธุรกิจได้ดีในระยะยาว

ข้อดีของการทำ SEO ให้เว็บไซต์ที่หลายคนยังไม่รู้

ข้อดีของการทำ SEO ให้เว็บไซต์ที่หลายคนยังไม่รู้

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางที่ทำให้มีรายได้จากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งในไทยและต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันเราอยู่ในยุค 5G ที่มีการเชื่อมโยงกันได้ทั่วโลกหากคุณสามารถทำให้เว็บไซต์ถูกสืบค้นได้ง่ายจาก Search Engine อย่าง Yahoo, Bing และ Google ก็จะทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization จึงเป็นเทคนิคที่นักการตลาดออนไลน์แนะนำ เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ ซึ่งแตกต่างจากการทำโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์แบบอื่น ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ ดังนี้

1. ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาได้

การใส่ Keyword SEO ลงในหน้าเพจ เพื่อผลิตบทความที่มีคุณภาพ โดยเลือกมาจากสถิติการค้นหาของ Search Engine จะทำให้ทุกครั้งที่มีผู้สืบค้นด้วย Keyword นั้น ๆ ระบบอัลกอริทึมของ Yahoo, Bing Google จะประมวลและนำเสนอเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ จึงเท่ากับเป็นการโฆษณาเว็บไซต์แบบฟรีนั่นเอง

2. ขายสินค้าได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

โลกออนไลน์มีการเชื่อมโยงตลอดเวลา เกิดการซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 5G นับล้านครั้งทั่วโลก หากคุณทำ SEO อย่างมีคุณภาพ ก็เท่ากับเพิ่มโอกาสในการขายและขยายฐานลูกค้าไปได้อย่างไม่จำกัดวันละ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว โดยเฉพาะหากทำเว็บไซต์เป็นภาษาต่างประเทศ ก็จะทำให้มีโอกาสขายสินค้าให้แก่ลูกค้าต่างชาติได้มากขึ้นกว่าภาษาไทยอย่างเดียว

3. เพิ่มเปอร์เซ็นต์การปิดยอดขาย

การใช้ Keyword SEO ที่เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น คุณขายคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ก็ควรระบุคำหรือวลีที่ใช้เป็น Keyword SEO ให้ครบถ้วน ทั้ง ยี่ห้อ รุ่นและสเปคเครื่อง เมื่อผู้ที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์รุ่นนั้นมาพิมพ์ในช่อง Search ของ Yahoo, Bing และ Google ก็จะปรากฏเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ คุณจึงมีโอกาสขายสินค้าได้มากกว่าเว็บไซต์อื่นที่เลือก Keyword SEO กว้างเกินไป

4. ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

นักธุรกิจหน้าใหม่มักกังวลว่าจะแข่งขันไม่ได้ เมื่อเทียบกับเว็บไซต์ขนาดใหญ่ของนักธุรกิจจำนวนมากที่เปิดมาก่อน แต่บรรดากูรูการตลาดกล่าวว่า หากคุณทำระบบ SEO ให้กับเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ ย่อมจะเกิดการสะสมข้อมูลให้ระบบอัลกอริทึม (Algorithm) ประมวลและแสดงผลแบบอัตโนมัติ ซึ่งไม่สามารถมีบริษัทหรือแบรนด์ใดผูกขาดตำแหน่งในการนำเสนอผลการสืบค้นได้ นักธุรกิจหน้าใหม่จึงมีโอกาสขายสินค้าได้มากและมีศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้นไม่ต่างจากเจ้าตลาดเดิม

การทำ SEO มีข้อดีหลากหลายด้าน ทั้งด้านยอดขาย ขยายฐานลูกค้า สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ฯลฯ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านเห็นความสำคัญของการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ได้อย่างยาวนาน

เทคนิคที่นักการตลาดออนไลน์แนะนำ

อยากทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องรู้จัก SEO และ SEM

อยากทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องรู้จัก SEO และ SEM

การทำธุรกิจในปัจจุบันนิยมใช้ช่องทางออนไลน์เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์มือถือและระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อการสื่อสารตลอดจนการหาข้อมูลของสินค้าและบริการตลอด 24 ชั่วโมง การเปิดเว็บไซต์ออนไลน์จึงเป็นที่นิยมเพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและทำให้มีประสิทธิภาพในการแข่งขันกับสินค้าของแบรนด์คู่แข่งได้ดียิ่งขึ้น

การทำ SEO และ SEM จึงเป็นสิ่งที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งเราได้รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจมาไว้ที่นี่แล้ว

SEO หรือ Search Engine Optimization

1. การทำ SEO สามารถเห็นผลได้จริง เพีงแต่ต้องใช้เวลา เนื่องจาก SEO เป็นการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบ Algorithm ของ Search Engine อย่าง Yahoo และ Google วิเคราะห์เพื่อจัดอันดับเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่น ๆ ให้ได้อันดับที่สูง เมื่อมีการสะสมข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ จากการผลิตบทความ SEO และสร้างสื่อมัลติมีเดียที่ช่วยส่งเสริมการขายที่ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มาก ก็จะทำให้ได้อันดับในการสืบค้นที่ดียิ่งขึ้นตามมาด้วย

2. การทำเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรศัพท์หน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เนื่องจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะพกพาโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าต่าง ๆ แทบทุกที่ 24 ชั่วโมง การทำเว็บไซต์ให้สวยงามและใช้งานง่าย โดยไม่จำกัดเครื่องมือทางเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

3. การเชื่อมโยงลิงก์ของเว็บไซต์ภายนอกกับเว็บไซต์ทางธุรกิจ จะทำให้เข้าถึงผู้ที่กำลังประสบปัญหาต้องการคำแนะนำหรือมองหาสิ่งช่วยอำนวยความสะดวกอยู่ หากคุณมีความรู้และมีความถนัดในเรื่องเหล่านั้น ก็สามารถที่จะเข้าไปแนะนำตอบคำถามและแนบ Link ของเว็บไซต์คุณ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่นำไปสู่การขายสินค้าในอนาคตได้

SEM หรือ Search Engine Marketing

เป็นการประมูลพื้นที่ในการโฆษณาเว็บไซต์ ในอันดับ 1-5 ของหน้าต่างการสืบค้น จะทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าที่พิมพ์ Keyword ค้นหา และทำให้มียอดการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการทำ SEM จะมีค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของการประมูลและจ่ายเพิ่มตามจำนวนครั้งของผู้ชมที่คลิกเข้าไปในเว็บไซต์ของคุณ เรียกว่าเป็นการจ่ายแบบ PPC หรือ Pay Per Click ที่คุณจะต้องมีการตั้งงบประมาณไว้ให้พร้อมเสมอ ดังนั้นโดยภาพรวม การทำ SEM จึงเห็นผลเร็ว แต่ก็เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำ SEO

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO และ SEM มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน คุณสามารถที่จะนำมาทั้งสองเทคนิคมาปรับประยุกต์ใช้แบบผสมผสานกันได้ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ท่านที่สนใจการทำธุรกิจนำไปเป็นแนวทางในการศึกษาเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นต่อไป

การทำ SEO และ SEM

อย่าลืมใช้ Google Keyword Planner ให้เป็นประโยชน์

สำหรับใครหลาย ๆ คนที่วางแผนจะทำเว็บไซต์หรือจะขายสินค้าบางอย่าง ที่ต้องการให้ผู้คนได้เข้ามาเยี่ยมชมหรือเลือกซื้อสินค้า ผ่าน Google Search Engine ของ Google แล้ว Keyword เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน เพราะทาง Google ได้รวบรวมบรรดาคำค้นหาต่าง ๆ ผ่านทาง SEO และนำมาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์คำค้นหา ซึ่งคนที่จะทำเว็บนั้น รับรองได้เลยว่าจะต้องไม่พลาดเครื่องมือตัวนี้แน่นอนนั้นคือ Google Keyword Planner นั่นเอง Google Keyword Planner เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนทำเว็บ ดูสถิติการค้นหาคำ ที่คนทั่วโลกต้องการหาข้อมูล ที่ทาง Google พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้คนทำเว็บได้วางแผนลงโฆษณา Google Adwords เพื่อที่จะได้วางแผนในการปรับปรุงแก้ไขเว็บไซต์ให้ติดอันดับใน Google นั่นเอง

จะเข้าใช้งานได้อย่างไร

อันดับแรกคุณต้องมี Account Gmail ก่อน เมื่อมีแล้วถึงจะสามารถสมัคร Google Adwords ได้ เมื่อ login เข้าไปแล้วก็จะเจอหน้าแรก ซึ่งไว้แสดงภาพรวมในการสร้างโฆษณาของคุณเอง เมื่อคุณต้องการเข้าใช้งาน Google Adwords Planner ให้สังเกตจะมีรูปประแจบนมุมขวามือของหน้าจอ ให้คลิกเข้าไปได้เลย

หน้าแนวคิดของ Keyword

จะเป็นภาพรวมของคำที่ค้นหามากที่สุด จะมีคำว่าอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง การค้นหาโดยเฉลี่ยในแต่ละเดือนมีปริมาณเท่าไร การแข่งขันเป็นอย่างไร ราคาที่เสนอถูกหรือแพง ซึ่งจะทำให้คุณสามารถกำหนดงบประมาณในการโฆษณาเองได้ เพราะ Keyword เปรียบเสมือนตัวที่ใช้เชื่อมกันกับ SEO ที่เมื่อมีคนค้นหาแล้ว Google จะทำหน้าที่ในการนำเสนอหน้าเว็บไซต์ของคุณผ่านหน้าเพจ Google นั่นเอง ซึ่งสามารถที่จะเลือกดูได้ 5 แบบ คือ

  • กำหนดเอง
  • เดือนที่ผ่านมา
  • 12 เดือนที่ผ่านมา
  • 24 เดือน
  • และทั้งหมดที่มี

ท่านเองสามารถกำหนดช่วงเวลาดูด้วยตัวเองได้หมด

Google Keyword Planner

ตาราง keyword มีส่วนสำคัญอะไรบ้าง

ในส่วนของตาราง Keyword นั้นจะประกอบไปด้วย

  1. คีย์เวิร์ดความความเกี่ยวข้อง เมื่อคุณทำการค้นหาคำที่ต้องการผ่าน Google ทางระบบก็จะคำนวณและประเมินผลคำที่เกี่ยวข้องกันมาด้วย เช่น เมื่อคุณต้องการหาคำว่า “มือสอง” ระบบก็จะทำการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องมาด้วย เช่น สินค้ามือสอง, ขายของมือสอง, ซื้อ-ขายของมือสอง เป็นต้น
  2. การค้นหารายเดือนโดยเฉลี่ย ใช้แสดงผลการค้นหา Keyword ที่ทำการค้นหาและคำใกล้เคียง โดยดูจากการตั้งค่ากำหนดเป้าหมายตามช่วงเวลาที่เลือกไว้ ซึ่งสามารถที่จะดูคำค้นหาที่เป็นที่นิยมของปีนั้นได้ เช่น ช่วงเทศกาลปีใหม่ คนก็จะมักค้นหาคำว่า ของขวัญ เป็นต้น
  3. การแข่งขัน แสดงถึงระดับความสามารถในการแข่งขันของโฆษณานั้น ๆ แบ่งเป็นระดับการแข่งขันต่ำ ปานกลางและสูง
  4. ส่วนแบ่งการแสดงผลโฆษณา คือจำนวนการแสดงผลที่คุณจะได้รับ หารด้วย จำนวนการค้นหารวมของสถานที่ตั้งและเครือข่ายที่กำหนดเป้าหมายไว้ ซึ่งถ้าข้อมูลที่ Google ได้รับไม่เพียงพอก็จะเห็นเป็นเครื่องหมาย – ไว้
  5. ราคาเสนอสำหรับด้านบนของหน้า แบ่งออกเป็นสองคอลัมน์คือ ช่วงต่ำ และ ช่วงสูง ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยอ้างอิงตามประวัติที่บรรดาผู้ลงโฆษณาเคยจ่ายสำหรับคีย์เวิร์ดนั้น ๆ ทั้งนี้ ราคา CPC อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าโฆษณาและพื้นที่ตั้งของธุรกิจ ราคาเสนอที่แสดงไว้นั้น จะทำให้สามารถวางแผนงบประมาณโฆษณาได้ง่ายยิ่งขึ้น
  6. สถานะบัญชี จะแสดงว่า Keyword นั้น ๆ อยู่ในบัญชีแล้วหรือไม่

เพราะการที่คุณทำเว็บแล้วไม่มีคนเข้ามาเยี่ยมชมเลยก็เปรียบเสมือนเว็บร้าง ซึ่งเมื่อทำเว็บมาไม่ตรงจุดประสงค์หรือคนค้นหาไม่เจอก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยและต้องปิดตัวไปในที่สุด ดังนั้นการที่จะทำ SEO จึงจำเป็นต้องรู้ถึงสถิติของคำที่คนค้นหาบ่อยที่สุด ในช่วงเวลาที่ถูกต้องและราคาที่ไม่แพง

ข้อดีของ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ควรรู้

Search Engine Optimization ในธุรกิจยุคใหม่

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นวิธีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยในการจัดอันดับเว็บไซต์ให้ดีขึ้นจากการสืบค้นด้วย search engine อย่าง Yahoo และ Google ให้ผลลัพธ์ทางด้านยอดขายและจำนวนผู้ติดตามที่มากขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ของการทำ SEO อีกมากมายที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ควรรู้ ดังที่เราได้รวบรวมมาให้ไว้แล้วที่นี่ ดังนี้

1. ลดต้นทุนบริษัทได้

การทำเว็บไซต์ SEO จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าทำโฆษณาอย่างการทำ Search Engine Marketing หรือ SEM ที่ต้องมีการจ่ายค่าพื้นที่โฆษณาตามการคลิกของลูกค้า ทั้งยังทำให้ควบคุมค่าใช้จ่ายในการจ้างทำ SEO ได้ง่าย เนื่องจากจะมีค่าบริการตามแพ็คเกจจากบริษัทเอกชนที่มีทีมงานมืออาชีพอยู่แล้ว แม้ค่าใช้จ่ายช่วงแรกจะสูงสำหรับเว็บไซต์ที่ยังไม่เคยทำ SEO แต่ในระยะยาวจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรายได้ที่จะได้รับ

2. ช่วยให้สินค้าติดตลาด มีลูกค้าประจำมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากว่าการทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ถูกแสดงผลเป็นอันดับต้น ๆ ในหน้าแรกของการสืบค้น ทำให้เกิดการติดตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เป็นที่จดจำ และทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการซ้ำอีกบ่อย ๆ (repeat business) เนื่องจากลูกค้ามีความเชื่อมั่นในเว็บไซต์ที่อยู่ในหน้าต้น ๆ มากกว่าหน้าหลัง ๆ ของ google และ yahoo search จึงทำให้เพิ่มจำนวนลูกค้าประจำได้มากกว่าเว็บไซต์ที่ไม่ได้พัฒนาในส่วนนี้

3. เป็นการพัฒนาเว็บไซต์ให้เข้าสู่มาตรฐานสูงขึ้น

การทำ SEO จะเกิดการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีมาตรฐานสอดคล้องตามที่ Search Engine ต้องการเพื่อให้ตอบโจทย์การค้นหาข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายดังนั้น การใช้ keywords ในการผลิตบทความและสื่อมัลติมีเดียจึงต้องมีคุณภาพสูงขึ้น ไม่ใช้จะทำอันดับคำค้นหา โปรแกรมบอลวันนี้ ก็ส้รางเนื้อหาห่วยในเว็บแล้วหวังอันดับ แบบนี้ท่าจะยากถ้าให้ติดอันดับ และต้องทำลิ้งค์เชื่อมโยงระหว่างเว็บไซต์ธุรกิจกับเว็บไซต์ภายนอกด้วย (Backlink) จึงจะทำให้ผลการประเมินคุณภาพจากระบบ algorithm ของ Search Engine อยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งจะส่งผลให้มีโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้นตามไปด้วย

4. มีโอกาสได้ลูกค้าทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง

เนื่องจากมีผู้สืบค้นข้อมูลทั่วโลกผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หากทำเว็บไซต์ SEO ก็จะมีโอกาสถูกสืบค้นได้ตลอดเวลา โดยที่ไม่ต้องไปทำการตลาดที่ต่างประเทศ ก็สามารถมีลูกค้าสั่งซื้อมาจากอเมริกาหรือยุโรปได้ จะเห็นได้ว่า SEO เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่จึงควรใส่ใจกับการพัฒนาเว็บไซต์ SEO ให้มากขึ้น ซึ่งสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO เพื่อขอทราบรายละเอียดก่อนการตัดสินใจเลือกแพ็คเกจที่คุ้มค่าที่สุดได้

5 เทคนิคดันอันดับ SEO ให้พุ่งกระฉูด !

ในปัจจุบันแม้ว่าจะมีระบบการค้นหาที่ทำให้คุณสามารถหาข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นสาระความรู้บนโลกอินเตอร์เน็ตได้ง่ายแล้ว ยังมีมูลค่าการค้าที่หมุนเวียนอยู่อย่างมหาศาล ไม่ว่าร้านค้าเล็กหรือใหญ่ก็สนใจการทำ SEO กันทั้งนั้นเพื่อต้องการที่จะเข้าไปมีส่วนแบ่งทางการตลาด บทความนี้จะมาแบ่งปันเทคนิคการดันอันดับคีย์เวิร์ดของคุณให้พุ่งกระฉูด

1.การค้นคว้าคีย์เวิร์ดที่ใช้ในธุรกิจ

เรียกได้ว่าเป็นกระบวนการแรกที่มีความสำคัญที่สุดและในทุกธุรกิจควรให้ความสำคัญ ยกตัวอย่างการขายเสื้อผ้าผู้หญิง คุณน่าจะรู้ดีว่าคู่แข่งบนโลกใบนี้ที่ลงมาสู้ในอินเตอร์เน็ตนั้นมีเยอะขนาดไหน การค้นคว้าคีย์เวิร์ดในการขายเสื้อผ้าผู้หญิง หากคุณใช้คำว่า “เสื้อผ้าผู้หญิง” เชื่อเถอะว่าคุณจะสู้คนที่ลงทุนสูงและมาก่อนหน้าคุณได้ยาก การหลีกเลี่ยงการใช้คำที่ตรงหรือสั้นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เช่น เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลีผู้หญิง เสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงราคาถูก เสื้อผ้าผู้หญิงวัยทำงานสีฟ้า ชุดนอนลายหมีสีเหลือง เป็นต้น คำเหล่านี้จะช่วยลดคู่แข่งของคุณแถมยังได้ลูกค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย โดยคุณสามารถดูปริมาณการค้นหาได้โดยการใช้เครื่องมือนี้ https://adwords.google.com

อันดับ SEO

2.Content Is King

คำนี้เป็นคำที่นิยมมากและสามารถใช้ได้ดีในทุกยุคสมัยของการทำ SEO เพราะเมื่อเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพที่ดีแล้ว ก็จะหลีกเลี่ยงปริมาณการเข้าถึงเว็บไซต์ของผู้คนที่สนใจไม่ได้เลย นั้นหมายความว่าหากคุณทำเว็บไซต์ที่มีคุณภาพแถมยังมีเนื้อหาใจความในเว็บไซต์ที่อ่านเข้าใจ สนุก น่าตื่นเต้น นำไปใช้ได้จริง สามารถพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่คุณเขียนลงไปในเนื้อหานั้น ๆ เป็นจริง เนื้อหาเหล่านี้จะชวนให้คนที่เคยเข้ามาอ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณแล้วแวะเวียนกลับมาใหม่ตลอดเวลา ทำให้อันดับในเว็บไซต์ของคุณอยู่สูงขึ้นกว่าคู่แข่ง

3.การใช้เครื่อง Social ในการหาคนเข้าชม

เทคนิคอีกอย่างที่ต้องทำคือการหาคนเข้าเว็บไซต์ของคุณให้หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น การโพสบทความบนแฟนเพจ การทำคลิปขึ้น Youtube การอัพเดทความเป็นไปต่าง ๆ บน Line และทำ Backlink กลับมายังหน้าเว็บไซต์ที่คุณต้องการจะโปรโมท จำนวนผู้เข้าชมเหล่านี้ถึงแม้จะไม่ได้มาจาก Google โดยตรงแต่อย่างน้อยก็ยังเป็นกลุ่มที่สนใจเนื้อหาของเว็บไซต์คุณจริง ๆ ก็ถือว่าทำให้คะแนนการทำ SEO ของคุณสูงขึ้นได้

UX

4.สร้างประสบการณ์ของผู้ใช้

การสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากเนื้อหาดีเว็บไซต์ดีแต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับคนเข้ามาอ่านเลย เว็บไซต์ของคุณก็อาจจะดูจืดชืดไปหน่อย คุณอาจจะเพิ่มสีสันเข้าไปด้วยการใส่แชทออนไลน์ไว้หน้าเว็บไซต์ การโต้ตอบด้วยการเล่นเกม สร้างโพลล์สำรวจความคิดเห็นแบบ Popup ขึ้นมาให้ตอบเล่น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นการดึงดูดให้คนเข้าเว็บไซต์ของคุณมีความแปลกใหม่ น่าสนใจและสุดท้ายพวกเขาจะแวะเวียนกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ

5.อ่านกฏของ Google ด้วยเสมอ

การติดตามข่าวสารของทางเว็บไซต์หลัก Google เป็นสิ่งที่นักทำ SEO ทุกคนควรทำ เพราะเมื่อมีผู้ที่ลงสนามมาแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก การทำ SEO แบบผิดกฏก็ย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย ทาง Google เองพยายามปรับเปลี่ยนกฏต่าง ๆ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนทำผิดกฏมาอยู่ในระบบได้อย่างสงบ แต่นั้นก็ส่งผลกระทบให้กับผู้ที่ทำตามกฏเช่นกัน เพราะเมื่อก่อนกฏนั้นกฏนี้อาจจะยังสามารถทำได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานสิ่งที่คุณทำถูกกฏมาตลาดอาจจะกลายเป็นผิดกฏอย่างให้อภัยไม่ได้สำหรับ Google ก็เป็นได้ การติดตามข่าวสารจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักทำ SEO ทั้งหลาย

8 เคล็ดลับของ SEO ในธุรกิจยุคใหม่

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันจะอาศัยแต่ลูกค้าที่เดินผ่านไปมาตามท้องถนนหรือออฟไลน์อย่างเดียวไม่ได้เสียแล้ว การทำเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการออนไลน์จึงเป็นที่นิยมและต้องหมั่นใส่ใจอัพเดตคุณภาพทั้งเนื้อหาและโครงสร้างตาม SEO อย่างเหมาะสม เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและเพิ่มยอดขายได้อย่างดี และนี่คือหลักการทำ SEO ที่จะช่วยให้ทุกธุรกิจรุดหน้าไปกับวงการขายสินค้าออนไลน์

เคล็ดลับของ SEO ในธุรกิจยุคใหม่

1. ต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อนว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเว็บไซต์คือใคร เพื่อการสร้างคีย์เวิร์ดใส่ในจุดต่าง ๆ ของบทความ อาทิ หัวข้อ description URL address ฯลฯ มีความเหมาะสม

2. การสร้างบทความที่มีเนื้อหาตรงใจครอบคลุมคีย์เวิร์ดในความสนใจของลูกค้าเป้าหมายช่วยให้เพิ่มยอดรายได้จากการขายได้ในระยะยาว

3. การพัฒนาแอพพลิเคชั่น หรือปรับปรุงเว็บไซต์ให้รองรับการใช้ผ่านมือถือ จะช่วยให้การทำ SEO ประสบความสำเร็จ เพิ่มยอดขายและสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยขึ้น

4. การใช้ search engine อย่างกูเกิ้ลเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย ดังนั้นการพัฒนาเว็บไซต์เดิมที่มีอยู่ หรือการเริ่มสร้างเว็บเพจใหม่ ๆ ควรอิงตามหลักที่กูเกิ้ลระบุไว้ว่าอันดับการสืบค้นจะพิจารณาจากการทำ SEO ด้านใดและอย่างไรบ้าง

5. การทำโครงสร้างเว็บไซต์ SEO เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจเช่นกัน เพราะการวิเคราะห์ของระบบอัลกอริทึ่มของ search engine ต่าง ๆ มีทั้งส่วนเนื้อหา คีย์เวิร์ดและส่วนโครงสร้างที่จะนำผลการประมวลไปจัดเรียงอันดับเว็บไซต์เพื่อเสนอสู่สายตาลูกค้าที่มาสืบค้น

6. การดูคุณภาพสาระของบทความ โดยใส่คีย์เวิร์ดกระจายตามจุดต่าง ๆ ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้ไม่เป็นการยัดเยียดหรือสร้างความผิดธรรมชาติในบทความ ทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายพึงพอใจและอยากสนับสนุนกิจการของเว็บไซต์มากกว่าการพยายามผลักดันการขายตลอดเวลา

7. ความยาวของบทความ SEO ต้องเหมาะกับคนอ่าน เช่น ใน facebook Instagram หรือ twitter ไม่ควรยาวเกินกว่า 300 คำ เพราะสไตล์คนอ่านกลุ่มนี้ต้องการเห็นประเด็นที่นำเสนอในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 2-3 นาที หากเนื้อหายืดเยื้อหรือวกวนไปมา จะส่งผลเชิงลบต่อการเข้าชมทันที จึงเป็นประเด็นที่ต้องระวังให้มาก

8. การใส่คีย์เวิร์ดซ้ำ ๆ หรือใส่หลายคำจนขาดความเป็นอัตลักษณ์ในบทความ เสี่ยงสูงต่อการถูกปฏิเสธจาก search engine ทั้งยังทำให้ถูกตีค่าเป็นสแปม หรือเว็บไซต์ขยะที่สร้างความรำคาญและเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีทั้งตัวธุรกิจนั้น ๆ เองและตัวของ search engine ด้วย จึงต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจสอบคุณภาพงาน SEO

8 เคล็ดลับของ SEO ในธุรกิจยุคใหม่

ธุรกิจขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์จะก้าวหน้าเติบโตได้ดี จำเป็นต้องหมั่นศึกษาวิธีการใหม่ ๆ และวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของการทำ SEO อยู่เสมอ เพื่อการพัฒนาต่อยอดได้อย่างเหมาะสมต่อไป

6 สิ่งจำเป็น ทำให้เว็บไซต์ SEO มัดใจลูกค้าอยู่หมัด

6 สิ่งจำเป็น ทำให้เว็บไซต์ SEO มัดใจลูกค้าอยู่หมัด

การทำเว็บไซต์ SEO มีโจทย์สำคัญที่ทำอย่างไรจะช่วยให้เว็บไซต์ยกอันดับในการสืบค้นเป็น top5 , top10 ให้ได้ เพราะสัมพันธ์โดยตรงกับยอดขายและภาพลักษณ์ของธุรกิจ เราจึงได้รวบรวม “ 6 สิ่งจำเป็น” ในการทำเว็บไซต์ SEO มัดใจลูกค้า มาฝากกัน ดังนี้

1. จำเป็นต้องมีคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม เพราะจะเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างหน้าเว็บไซต์เรากับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งการใช้โปรแกรมที่มีคุณภาพในการวิจัยคีย์เวิร์ดก็มีความสำคัญในการแสดงผลอย่างครอบคลุม ทั้งเปอร์เซ็นต์และตัวอย่างวลีประโยคอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกับการค้นหาคีย์เวิร์ดนั้น ๆ

2. จำเป็นต้องมีทีมงานที่เชี่ยวชาญในการทำ SEO เพื่อให้ดูแลทั้งส่วนหน้าบ้าน เช่น ดูแลเนื้อหาบทความที่มีคุณภาพ การใส่ภาพหรือมัลติมีเดียประกอบ ที่ช่วยส่งเสริมการขายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และส่วนหลังบ้าน อาทิ การเชื่อมโยงดาต้า การส่งเมล์ การประสานงานลิ้งค์ต่าง ๆ เพื่อความคล่องตัวรวดเร็ว เสริมอำนาจการแข่งขันกับเจ้าของธุรกิจรายอื่น

3. จำเป็นต้องประเมินผล แม้ว่าการทำ SEO ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะเห็นผล แต่การหมั่นติดตามผลจากเคลื่อนไหวของหน้าเพจ ผ่านรายงานประจำวันและสัปดาห์ จะทำให้เห็นแนวโน้มและวางแผนอนาคตของธุรกิจได้ดีขึ้น

6 สิ่งจำเป็น มัดใจลูกค้าอยู่หมัด

4. จำเป็นต้องใช้ได้หลายประเภทเครื่องมือสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานผ่านระบบมือถือ smartphone tablet หรือใช้งานออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งต้น ก็ควรเข้าอ่านบทความและใช้บริการออนไลน์ต่าง ๆ บนเว็บไซต์ได้ง่ายและรวดเร็วใกล้เคียงกัน หากสามารถรักษาจุดนี้ไว้ได้จะทำให้เว็บไซต์ของคุณยกระดับขึ้นสู่อันดับสืบค้น top five ได้อย่างแน่นอน

5. จำเป็นต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้รวดเร็วฉับไว เช่น การมีทีมงานที่ทำหน้าที่สำรวจความสนใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าตามสังคมพูดคุยออนไลน์ต่าง ๆ และทำการโพสต์แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มีสาระ พร้อมแนบลิ้งค์เพจหรือเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถตามลิ้งค์มาถึงเว็บไซต์หลักและคลิกดูข้อมูลอื่น ๆ ในเว็บไซต์เพิ่มเติม ทำให้ช่วยเพิ่มความนิยมของเว็บไซต์และทำให้ยอดขายดีขึ้นได้ด้วย

6. จำเป็นต้องดีไซน์แคมเปญที่ดึงดูดใจ ไม่เพียงการสื่อสารทางเดียวผ่านบทความ SEO เท่านั้น ที่จะช่วยรักษาลูกค้าไว้ได้ แต่การมีแคมเปญโปรโมชั่นที่น่าลุ้นหรือเป็นไปได้สูง เช่น หากร่วมตอบคำถามจะได้สินค้าขนาดทดลอง หรือได้รับของที่ระลึกจากบริษัท จะทำให้ได้รับความรู้สึกเชิงบวกจากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าส่งผลถึงภาพลักษณ์ที่ดีและยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามมา

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ “6 สิ่งจำเป็น” ในการทำเว็บไซต์ SEO มัดใจลูกค้า จะเห็นได้ว่าแต่ละข้อสำคัญต่อการเพิ่มอันดับในการสืบค้นข้อมูลจาก search engine จึงทำให้มีโอกาสสูงอย่างทวีคูณในการเกิดลูกค้ากลุ่มใหม่ และยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นแก่ลูกค้ากลุ่มเดิมได้อีกด้วย

ทำให้เว็บไซต์-SEO-มัดใจลูกค้าอยู่หมัด